4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

ข่าว/ความเคลื่อนไหว

24.02.2026
23 Views

สวรส. นำทีมศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช (SICRES) มุ่งยกระดับมาตรฐานงานวิจัยคลินิกและระบบยาของไทย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดย ดร.ภญ.นพคุณ ธรรมธัชอารี ผู้จัดการงานวิจัยอาวุโส สำนักวิจัยและพัฒนาระบบยา ได้นำคณะเข้าศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช (Siriraj Institute of Clinical Research หรือ SICRES) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการงานวิจัยทางคลินิกตามมาตรฐานสากล และทำความเข้าใจบทบาทสำคัญของเภสัชกรวิจัยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ โดย SICRES ก่อตั้งขึ้นภายใต้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ด้วยวิสัยทัศน์อันมุ่งมั่นที่จะเป็น "องค์กรวิจัยทางคลินิกในระดับสถาบันที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" มีพันธกิจหลักเพื่อประโยชน์ของชุมชนและการพัฒนาสุขภาพของมนุษย์ ในด้านโครงสร้างการบริหารงานของ SICRES แบ่งออกเป็น 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ หน่วยสนับสนุนการวิจัยทางคลินิก (CRS), หน่วยบริหารจัดการพื้นที่วิจัย (SMO), หน่วยบริการส่วนกลาง (Shared Services) และหน่วยบริการจัดการด้านคุณภาพ (QMS) ซึ่งล้วนทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ สวรส. ให้ความสนใจเป็นพิเศษในประเด็นขอบเขตงานของเภสัชกรวิจัย (Research Pharmacist) และระบบการจัดการยาที่ใช้ในงานวิจัย (Investigational Product - IP Management) ของ SICRES ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ จัดเก็บในคลังที่ได้มาตรฐาน การเตรียมยา (Labelling/Packaging) ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและการปฏิบัติตามเกณฑ์วิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด โดยมีการทำระบบด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย รองรับงานวิจัยคุณภาพสูง SICRES ได้แสดงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยทางคลินิก ได้แก่: · ห้องปฏิบัติการคลังยาและสิ่งส่งตรวจ: เพียบพร้อมด้วยตู้แช่แข็งประสิทธิภาพสูงที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 2-8 องศาเซลเซียส ไปจนถึง -80 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเก็บรักษายาประเภท mRNA และสิ่งส่งตรวจที่มีความละเอียดอ่อน · ระบบความปลอดภัยระดับสูง: ติดตั้งกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบนาฬิกาที่เชื่อมต่อกัน (Synchronized clocks) เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำของการเก็บข้อมูลวิจัยประเภท PK (Pharmacokinetics) · การเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉิน: มีระบบดูแลอาสาสมัครที่สามารถเข้าถึงการกู้ชีพ (CPR) ได้ภายใน 4 นาที ผ่านความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับโรงพยาบาลศิริราช ด้าน ดร.ภญ.นพคุณ ธรรมธัชอารี และคณะทีมงานจาก สวรส. ได้ร่วมหารือถึงแนวทางการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งสำหรับการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทย กับทีม SICRES โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเร่งรัดกระบวนการ Startup Process ของโครงการวิจัย โดยเฉพาะการลดระยะเวลาในการพิจารณาสัญญา (CTA) และงบประมาณ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีระดับโลก การศึกษาดูงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ สวรส. ในการเรียนรู้กลไกการทำงานของศูนย์วิจัยคลินิกต้นแบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายและสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ระบบสาธารณสุขของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป
23.02.2026
110 Views

วิจัยชงข้อเสนอยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพของประเทศ ดึงคนพื้นที่คืนถิ่น-เสริมทัพ Non-professions รับมือวิกฤตสังคมสูงวัย รัฐ-เอกชน-ท้องถิ่น-สังคม ร่วมออกแบบระบบริการ เน้นดูแลสุขภาพตนเอง-บริการปฐมภูมิเข้มแข็ง

การประชุมคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2569 มี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานฯ และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กรรมการเเละเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการจากผู้เเทนกระทรวง เเละผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ร่วมประชุม เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ณ ห้องประชุมสุปัญญา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ
16.02.2026
324 Views

สวรส.เร่งวิจัยประเมินผลกระทบ 'ขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์' หวังชงข้อเสนอนโยบายสู่มาตรการกำกับดูแลการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเหมาะสม-ลดผลกระทบที่สามารถป้องกันได้

การประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 1/2569 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดย ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. และทีมวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ได้รายงานความคืบหน้างานวิจัยเรื่อง “การสังเคราะห์หลักฐานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮออล์ 180 วัน ในประเทศไทย” เพื่อหารือกรอบการประเมินผลกระทบในเรื่องดังกล่าว ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และขอความร่วมมือด้านข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฐานข้อมูล HDC ของกระทรวงสาธารณสุข ฐานข้อมูลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรมบัญชีกลาง สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ภาคธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ รวมถึงระยะเวลาในการดำเนินงานวิจัย โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบฯ ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานเกี่ยวของกับเรื่องดังกล่าว ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
16.02.2026
157 Views

สวรส. ผนึกภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง ชูประเมินเชิงพัฒนา หนุนกลไกภาคประชาสังคม สร้างจุดเปลี่ยนการพัฒนาพื้นที่

คณะกรรมการภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง (ภสพ.) ดำเนินโครงการเสริมสร้างจังหวัดเข้มแข็งโดยใช้พื้นที่เป็นฐานและการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งกลไกบูรณาการทุกภาคส่วนในระดับจังหวัด โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน และขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในระดับจังหวัด รวมทั้งเพื่อให้เกิดการจัดการปัจจัยกำหนดสุขภาพที่สำคัญของจังหวัด โดยมีกลไกความร่วมมือจากหน่วยงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ สังคม และวิชาการในการขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับพื้นที่ผ่านแนวคิด "ใช้พื้นที่เป็นฐาน" และ "การบูรณาการทุกภาคส่วน" ในการร่วมกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ วางระบบการบริหารจัดการ สนับสนุนข้อมูล วิชาการ นวัตกรรม และการประเมินผล
11.02.2026
291 Views

สวรส. ผนึกกำลังกับ 5 องค์กร สกัด ‘พยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี’ ใน 2 ปี พร้อมสร้างโมเดล ชงรัฐบาลเคลื่อนระดับชาติ

โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ถือเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชุกของโรคสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ และมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงถึง 70% ที่ผ่านมาแม้จะมีการดำเนินการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบอัตราการป่วยอยู่ในระดับที่สูง โดยในปี 2568 ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า ไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 140,789 รายต่อปี ในจำนวนนี้โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ โรคมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี และที่สำคัญปัญหานี้ยังส่งผลไปถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาที่รัฐต้องสนับสนุนถึง 1.35 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดียังอยู่ในอัตราที่สูง ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมและวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของท้องถิ่นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรค จึงทำให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้