4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

วิจัยเดินยุทธศาสตร์ ‘สงบศึกเบาหวาน’ ชูนวัตกรรม ‘SIAM Diet’ ผสานเทคโนโลยี-อาหารพื้นถิ่น หวังส่งต่อโมเดลเชิงระบบ ทำได้จริง-ปลอดภัย-ลดภาระสาธารณสุขของประเทศ

          การประชุมคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ครั้งที่ 7/2569 มี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กรรมการเเละเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการจากผู้เเทนกระทรวง เเละผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ร่วมประชุม เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ณ ห้องประชุมสุปัญญา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ

          ในการประชุมฯ มีการนำเสนอผลงานวิจัยโครงการ “ประสิทธิผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้มงวดอย่างไทยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ระยะต้น ต่อการเข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ในบริบทของประเทศไทย” โดย รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ และ รศ.นพ.วีรชัย ศรีวณิชชากร สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย นักวิจัยเครือข่าย สวรส. งานวิจัยดังกล่าวระบุชัดว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นภาระโรคสำคัญของประเทศไทยที่ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และระบบบริการสุขภาพในระยะยาว ซึ่งแนวคิดการทำให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) นับเป็นเป้าหมายสำคัญของการดูแลรักษา โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว เน้นการศึกษาและพัฒนา 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การสร้างสื่อ และการสร้างระบบ เพื่อเป็นข้อมูลที่จะนำเข้าสู่กระบวนการวิจัยทางคลินิก เพื่อพิสูจน์ว่าผลจากการทำ DM Remission ได้ประโยชน์คุ้มค่า คุ้มทุนหรือไม่ ตลอดจนข้อเสนอเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพ โดยศึกษาประสิทธิผลทางคลินิก ศึกษารูปแบบการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง การวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลและผลกระทบต่องบประมาณด้านสุขภาพของประเทศ ทั้งนี้มีการดำเนินการทดสอบใน 35 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้ง 6 ภูมิภาค โดยพบว่า การใช้นวัตกรรมโภชนาการวิถีไทย สยามไดเอ็ต (SIAM Diet) พร้อมมีการติดตามเชิงรุกโดยทีมสหวิชาชีพ และมีเทคโนโลยีดิจิทัลในรูปแบบแอปพลิเคชันช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพ เช่น บันทึกการนับแคลอรี่และวัดค่าสุขภาพผ่านสมาร์ทวอทช์ Line Chatbot แนะนำการปรับพฤติกรรม มีระบบลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลสำหรับโรงพยาบาล ระบบประมวลผลและการติดตามผล พร้อมช่องทางการจัดเก็บข้อมูลและส่งต่อข้อมูลสุขภาพ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานหยุดทานยาได้สูงถึง 21.9% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาตามปกติ ซึ่งหยุดยาได้เพียง 2.3% หรือคิดเป็นอัตราที่สูงกว่ากันถึง 9 เท่า โดยผู้ป่วยในกลุ่มทดลองเกิดภาวะโรคเบาหวานสงบได้ 13.3% ที่ระยะเวลา 24 สัปดาห์ ขณะที่กลุ่มรักษาปกติไม่พบผู้ที่เกิดภาวะโรคสงบเลย (0%)

          หัวใจสำคัญของการทำให้เบาหวานเข้าสู่ระยะสงบคือการออกแบบโปรแกรมที่ปรับให้เข้ากับบริบทและวิถีชีวิตของคนไทย ผ่านโมเดลจานสุขภาพ SIAM Diet 2:1:1 ที่เน้นการจัดสัดส่วนอาหารโดย 2 ส่วน เป็นผักพื้นถิ่น 1 ส่วน เป็นข้าว/แป้ง อีก 1 ส่วน เป็นเนื้อสัตว์/โปรตีน ที่มีในแต่ละภูมิภาค ร่วมกับการจำกัดพลังงานและเพิ่มการออกกำลังกาย ด้านอุปสรรคและความท้าทายในมุมของผู้ปฏิบัติงานที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ ภาระงานที่เพิ่มขึ้น โดย 68% ระบุว่ากระทบต่อภาระงานประจำ รวมถึงความท้าทายด้านความรอบรู้ทางดิจิทัล (Digital Literacy) ของผู้ป่วย และความสม่ำเสมอในการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วย

          ทั้งนี้หลังจากงานวิจัยปีที่ 1 ได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือต่างๆ แล้ว งานวิจัยปีที่ 2 จึงมุ่งเน้นไปที่การศึกษาแนวทางการทำให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบหรือการหยุดยาได้ในระยะยาว ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและโภชนาการแบบเข้มข้น โดยมีการถอดบทเรียนจากทีมที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาสร้างเป็นต้นแบบการดูแลผู้ป่วยที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ซึ่งนอกจากการติดตามผลทางคลินิกแล้ว ทีมวิจัยยังวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อประเมินภาระด้านงบประมาณสาธารณสุขในอนาคต อีกทั้งยังมีการศึกษาลึกลงไปถึงระดับพันธุกรรมและโมเลกุลต่อยอดสู่การแพทย์แม่นยำ โดยศึกษารูปแบบฟีโนไทป์ (Phenotype) พันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกัน และตัวแปรต่าง ๆ เพื่อระบุกลุ่มบุคคลที่จะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีที่สุด โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและสร้างนโยบายสุขภาพที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพายา

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้