4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. เข้าร่วมพิจารณาการพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการ

วันที่ 1 กันยายน  2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ครั้งที่ 8/2569  ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2  อาคารรัฐสภา

 

การประชุมได้พิจารณาประเด็นที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ให้ข้อมูล เช่น กระทรวงสาธารณสุขมีการพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการบริหารจัดการ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลมีระบบสารสนเทศหลายระบบจากผู้พัฒนาที่แตกต่างกันส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการเชื่อมโยงข้อมูล ความซ้ำซ้อนของระบบ และต้นทุนการพัฒนาและบำรุงรักษาที่สูง ขณะเดียวกันโรงพยาบาลมีภาระต้นทุน ด้านการจัดการข้อมูลการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนา
Smart Hospital เพิ่มขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบกลางด้านการเบิกจ่ายและการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อกำหนดมาตรฐานการรับส่งข้อมูล การลดความซ้ำซ้อน และการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย รวมทั้งการนำ AI มาใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่ายเพื่อลดข้อผิดพลาดและอุปสรรคของการเบิกจ่าย นอกจากนี้ มีการนำ AI ด้านการวินิจฉัย และ Telemedicine มาใช้เพื่อช่วยลดภาระงาน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ส่วนอุปสรรค เช่น การขาดมาตรฐานข้อมูลกลาง ความแตกต่างของรหัสยา และรหัสโรค การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่ครอบคลุม ตลอดจนข้อจำกัดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องมีกลไกระดับประเทศในการกำหนดมาตรฐานข้อมูล มาตรฐานการเชื่อมต่อ การยืนยันตัวตน และการติดตามการแก้ไขข้อมูล รวมทั้งมีกลไกกลางในการบริหารจัดการและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ซึ่งการดำเนินการให้เกิดผลในระดับประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับการบูรณาการข้อมูลระหว่างสามกองทุนสุขภาพ และการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลไปสู่ระบบกลางเพื่อให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย และเสริมสภาพคล่องของโรงพยาบาลได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

 

นอกจากนั้นโรงพยาบาลวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ได้ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลวานรนิวาสมุ่งพัฒนาองค์กร สู่การเป็นโรงพยาบาลสมรรถนะสูงและ Smart Hospital โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับระบบบริการ การบริหารจัดการ และการจัดการข้อมูล ภายใต้ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และผู้รับบริการ ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานจากรูปแบบเอกสารและระบบเดิมไปสู่ระบบดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ บุคลากร และวัฒนธรรม องค์กรควบคู่กัน รวมทั้งการจัดการข้อมูลให้มีคุณภาพ มีความเชื่อมโยง และสามารถนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจ และการบริหาร จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลัก PDPA  ซึ่งการดำเนินงานมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเงินและการจัดเก็บรายได้ โดยนำระบบ Paperless, IPD และระบบข้อมูลเพื่อการบริหาร มาใช้ พร้อมประยุกต์ใช้ AI สนับสนุนการคัดกรองและการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งพัฒนาระบบติดตามข้อมูลด้านบริการและรายได้ แบบต่อเนื่องส่งผลให้สามารถลดต้นทุน และความสูญเสียจากกระบวนการทำงานได้อย่างมาก ส่วนการดำเนินงาน Telemedicine ช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางมารับบริการของประชาชน และสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลได้มีการพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยบริการในพื้นที่เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันและดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบและนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นโรงพยาบาลดิจิทัล

 

คณะอนุกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะ เช่น 1) ควรกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับระบบ HIS และระบบดิจิทัลสุขภาพ รวมทั้งเร่งรัดการพัฒนากลไกการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยงาน โรงพยาบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการพัฒนาระบบและการลงทุน 2) ควรประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนและผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับก่อนการเปลี่ยนแปลงระบบ โดยเฉพาะการใช้ระบบ Cloud และการปรับปรุง HIS รวมทั้งกำหนดแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและให้เกิดความต่อเนื่องของการดำเนินงาน 3) ควรสร้างความชัดเจนในการตีความและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อไม่ให้การตีความ กฎหมายเป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยงาน โดยควรกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการและการบริหารระบบสุขภาพ ได้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมาย 4) ควรจัดทำข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานก่อนและหลังการนำระบบดิจิทัลมาใช้ โดยเฉพาะผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการ รายได้ ค่าใช้จ่าย และผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาและขยายผลของโรงพยาบาล 5) ควรจัดทำแนวทางหรือกระบวนการถ่ายทอดประสบการณ์จากโรงพยาบาลที่ประสบความสำเร็จในการนำระบบดิจิทัล มาใช้ในการขยายผลไปโรงพยาบาลอื่น โดยพิจารณาทั้งปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัดเพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้