4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. เข้าร่วมพิจารณาวิเคราะห์กำลังคนสุขภาพกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการ

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 327 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา โดยมี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการพิจารณาวิเคราะห์กำลังคนสุขภาพกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการ โดยมีผู้ให้ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และกองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 การประชุมได้พิจารณาประเด็นต่างๆ เช่น ทิศทางการพัฒนาระบบราชการ โดยเฉพาะประเด็นความยั่งยืนของระบบบริการสุขภาพ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างระบบบริหารจัดการและการบริหารบุคลากร โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งก.พ.ร. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนระบบราชการสู่การเป็น Digital and Innovation Government โดยเห็นว่า การพัฒนาฐานข้อมูลและการบูรณาการข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงพยาบาล การรักษาพยาบาล ระบบส่งต่อ และการบริหารต้นทุน ตลอดจนเป็นพื้นฐานสำหรับการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานบุคลากร และสนับสนุนความโปร่งใสและการตัดสินใจเชิงนโยบายและการจัดสรรทรัพยากร นอกจากนี้ ข้อเสนอด้านการบริหารและพัฒนากำลังคนสุขภาพของคณะอนุกรรมาธิการฯ มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบราชการ โดยเฉพาะแนวคิด Open Government การบูรณาการการทำงานระหว่างเครือข่าย และการเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานในด้านระบบบริการ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิและการป้องกันโรค เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่เข้าสู่โรงพยาบาล แต่การดำเนินการดังกล่าวพบว่า อาจมีข้อจำกัดด้านการขาดแคลนบุคลากรซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนการผลิตร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา และสถาบันผลิตแพทย์ สำหรับการลดภาระงานที่ไม่ใช่งานวิชาชีพ ควรมีการวิเคราะห์ กระบวนงานเพื่อจำแนกงานที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรวิชาชีพหรืองานที่สามารถมอบหมายให้บุคลากรสนับสนุนดำเนินการ หรืองานที่สามารถยกเลิกได้ เพื่อคืนเวลาให้บุคลากรวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนแนวคิด Shared Service โดยเฉพาะงานสนับสนุน เช่น งานการเงิน บัญชี และพัสดุ ซึ่งสามารถทดลองดำเนินการในระดับเขตสุขภาพ หรือระหว่างโรงพยาบาลขนาดเล็ก จากนั้นจึงนำรูปแบบที่ประสบผลสำเร็จไปขยายผล โดย ก.พ.ร. สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผ่านการพัฒนาฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล การลดภาระงาน การเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ การเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิ การใช้กำลังคนและทรัพยากรร่วมกัน และการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ 

 กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุขมีการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหากำลังคนทั้งด้านการกระจายบุคลากร การสร้างความก้าวหน้า การเพิ่มค่าตอบแทน และการลดภาระงาน โดยยังคงพบปัญหาการขาดแคลนและการลาออกของบุคลากรโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชากรและภาระงานสูง ซึ่งกระทรวงทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดทำข้อมูลสถานการณ์กำลังคนเพื่อแสดงสัดส่วนกำลังคนปฏิบัติจริง เทียบกรอบอัตรากำลังจำแนกรายจังหวัดเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดสรรกำลังคน พร้อมกำหนดสิทธิประโยชน์และการบรรจุ เป็นกรณีพิเศษสำหรับพื้นที่ขาดแคลน รวมทั้งเพิ่มบุคลากรสายสนับสนุนเพื่อลดภาระงานวิชาชีพ ซึ่งสามารถลดภาระบุคลากรแพทย์ได้ประมาณร้อยละ 40 สำหรับด้านการธำรงรักษาบุคลากรอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการด้านการชดใช้ทุน และค่าปรับ โดยตระหนักว่า มาตรการที่เข้มงวดเกินไปอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าสู่ระบบจึงควรมีการพิจารณาศึกษา ผลกระทบอย่างรอบด้าน ส่วนด้านความยั่งยืน กระทรวงสาธารณสุขเห็นความจำเป็นในการบรรจุบุคลากรทางการแพทย์ ควบคู่กับการควบคุมภาระงบประมาณ และการศึกษารูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิเพื่อส่งเสริมการป้องกันโรค ลดการเจ็บป่วย ลดความแออัด และภาระของโรงพยาบาลระดับสูง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหากำลังคนไม่สามารถพึ่งพาภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว โดยจำเป็นต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ และบูรณาการการใช้ทรัพยากรร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการสุขภาพ

 คณะอนุกรรมาธิการฯ มีข้อเสนอแนะ เช่น 1) ควรมีการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรตำแหน่งและงบประมาณให้สอดคล้องกัน โดยไม่ควรยุบตำแหน่งที่ไม่ได้ใช้เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขณะที่ระบบบริการยังคงมีความขาดแคลนบุคลากร 2) ควรประเมินภาระงานจากงานที่ปฏิบัติจริงและความซับซ้อนของบริการ เนื่องจากผู้ป่วยหนึ่งราย อาจต้องได้รับบริการจากหลายวิชาชีพและมีขั้นตอนการดูแลที่แตกต่างกัน จึงควรจัดทำเกณฑ์กำลังคนที่สอดคล้องกับภารกิจของแต่ละโรงพยาบาล และใช้ผลการประเมินเป็นฐานในการจัดสรรกำลังคนและปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยควรแยกให้ชัดเจนระหว่างการขาดแคลนบุคลากรกับการใช้บุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก่อนนำไปใช้พิจารณาปรับลดหรือยุบตำแหน่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อศักยภาพการให้บริการประชาชน 3) การกำหนดกรอบกำลังคนควรคำนึงถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งประชากรแฝงและความแตกต่างของภาระงาน โดยควรเพิ่มบทบาทของเขตสุขภาพในด้านการบริหารกำลังคน 4) การธำรงรักษาบุคลากร ควรให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงาน ความก้าวหน้า ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ควบคู่กับมาตรการด้านค่าตอบแทนและการชดใช้ทุน โดยเฉพาะเพื่อรองรับบุคลากรรุ่นใหม่ 5) การผลิตบุคลากรควรดำเนินการเชื่อมโยงกับความต้องการของระบบบริการและบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งควรให้สถาบันผลิตแพทย์จัดทำหลักสูตรวิชาวิทยาระบบสุขภาพ (Health Systems Science) เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากร ให้มีความรู้ความเข้าใจระบบสุขภาพและสามารถปฏิบัติงานในพื้นที่จริงได้อย่างเหมาะสม

 

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้