4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สธ. – สวรส. ระดมทุกภาคส่วนวางยุทธศาสตร์สุขภาพประชากรข้ามชาติ 5 ปี ย้ำ “ป้องกันโรคข้ามพรมแดน คือการปกป้องคนไทย” พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติจากหน้างานร่วมออกแบบนโยบาย

กระทรวงสาธารณสุข โดยกองบริหารการสาธารณสุข (กบรส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เดินหน้าจัดทำ (ร่าง)แผนพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติ พ.ศ.2571–2575 เปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และผู้ปฏิบัติงานจากพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 100 คน เพื่อร่วมออกแบบยุทธศาสตร์ระดับชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง พร้อมย้ำว่า การดูแลสุขภาพประชากรข้ามชาติไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษแก่คนต่างชาติ แต่เป็นการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของคนไทยและสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงร่างแผนพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติ พ.ศ.2571–2575 ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–24 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการสุขภาพประชากรข้ามชาติที่มีประสิทธิภาพ รองรับการเคลื่อนย้ายของประชากรที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับกรอบแผนปฏิบัติการระดับโลกขององค์การอนามัยโลก (WHO Global Action Plan 2019–2030)

นายแพทย์วัฒน์ชัย จรูญวรรธนะ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นทั้งประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านของประชากรข้ามชาติจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมของระบบบริการสุขภาพจึงเป็นภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศโดยตรง "การดูแลสุขภาพประชากรข้ามชาติไม่ใช่การดูแลคนต่างชาติ แต่คือการปกป้องสุขภาพของคนไทย เพราะโรคติดต่อไม่เคยมีพรมแดน หากประชากรกลุ่มใดเข้าไม่ถึงการป้องกันโรค การเฝ้าระวัง หรือการรักษา ความเสี่ยงย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยและระบบสาธารณสุขของประเทศในที่สุด"

นายแพทย์วัฒน์ชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขยึดหลักความมั่นคงด้านสุขภาพควบคู่กับหลักมนุษยธรรม โดยมุ่งพัฒนาระบบบริการที่ครอบคลุม การเฝ้าระวังโรคติดต่อข้ามพรมแดนตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) การจัดบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านนายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย จากการบริหารจัดการปัญหาแบบเฉพาะหน้า ไปสู่การกำหนดนโยบายระยะยาวที่มีเป้าหมายชัดเจน "กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยบริหารจัดการสุขภาพประชากรข้ามชาติด้วยมาตรการเฉพาะหน้าเป็นส่วนใหญ่ วันนี้ถึงเวลาที่ประเทศต้องมีกรอบยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อให้ทุกหน่วยงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถเตรียมพร้อมรับความท้าทายในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ"

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า แผนฉบับนี้จะครอบคลุมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับประชากรข้ามชาติ การพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพและการพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Biometrics) ตลอดจนการพัฒนากลไกด้านการเงินการคลังที่มีความยั่งยืน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังสะท้อนตรงกันว่า การขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติในช่วงที่ผ่านมา ยังเผชิญความอ่อนไหวจากกระแสความคิดเห็นของสังคมและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า การดูแลสุขภาพประชากรข้ามชาติเป็นการใช้งบประมาณของคนไทยเพื่อคนต่างชาติ ทั้งที่ข้อเท็จจริงด้านสาธารณสุขยืนยันว่า การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในประชากรข้ามชาติ คือมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดสู่ประชาชนไทย และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของประเทศในระยะยาว เพราะโรคติดต่อไม่เลือกสัญชาติ เชื้อชาติ และไม่มีพรมแดน ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการสื่อสารกับสังคมบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อสร้างความเข้าใจว่า นโยบายด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองสุขภาพของคนไทย ไม่ใช่การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรด้านสาธารณสุข แต่เป็นการอุดช่องว่างของระบบป้องกันโรค ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศ

สำหรับจุดเด่นของการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เพียงการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ แต่เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานจากโรงพยาบาลชายแดน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยบริการ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมเป็นผู้ออกแบบนโยบายตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ 5 กลุ่มประเด็น ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างและกลไกสนับสนุนระบบบริการ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง การพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพ และการสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคม

ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันสะท้อนข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติงาน ทั้งปัญหาภาระค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลชายแดน การบริหารจัดการข้อมูลประชากรข้ามชาติ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาเป็นมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง พร้อมกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบอย่างชัดเจน

ผลจากการประชุมครั้งนี้จะถูกรวบรวมเพื่อนำไปปรับปรุงร่างแผนพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติ พ.ศ.2571–2575 ก่อนเสนอคณะกรรมการอำนวยการพิจารณา โดยมุ่งให้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน สร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง ลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อข้ามพรมแดน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" เพื่อให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพ และเพื่อให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบสาธารณสุขที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้