ข่าว/ความเคลื่อนไหว
วันที่ 21-22 กรกฎาคม 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลแบบบูรณาการในระดับจังหวัด กรณีศึกษาจังหวัดในพื้นที่ทะเลฝั่งอ่าวไทยตอนบน ฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง และฝั่งอันดามัน ณ ห้องประชุมซีซี รีสอร์ท ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม เช่น สสจ.สตูล สพฉ. ปลัดอำเภอ ที่ทำการปกครองอำเภอละงู รองนายกอบต.ปากน้ำ ปลัดอบต.ปูยู อบต.เกาะสาหร่าย อบจ.สตูล รพ.สต. ศรชลฯ ตำรวจน้ำ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล อุทยานแห่งชาติตะรุเตา มูลนิธิธรรมรังสี มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร สตูล แพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล รพ.ละงู
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแพทย์หญิงอมรรัตน์ พันธ์คีรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่เกาะของจังหวัดสตูล และได้กล่าวถึงศักยภาพและบริบทระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลของจังหวัดสตูล
ผศ.ดร.จรวยพร กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีการติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลแบบบูรณาการในระดับจังหวัด กรณีศึกษาจังหวัดสตูลเป็นตัวแทนฝั่งอันดามัน ส่วนจังหวัดสมุทรสาครเป็นตัวแทนในพื้นที่ทะเลฝั่งอ่าวไทยตอนบน จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นตัวแทนฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการวิจัย โดยการสนับสนุนทุนวิจัยในโครงการนี้ มุ่งหวังให้เกิดการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพทางทะเล การสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวปลอดภัย โดยเน้นการพัฒนาระบบนิเวศ Marine EMS (ระบบแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล) การสร้างเครือข่ายงานวิจัยและผู้ใช้งาน การผลักดันนโยบายที่มีแนวโน้มประกาศใช้ในระดับประเทศ ซึ่งการประชุมเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลในโครงการวิจัยนี้ เป็นกระบวนการหนึ่งของการศึกษาอันจะนำไปสู่การยกระดับการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย โดยมีการวิเคราะห์สถานการณ์ หาปัญหาอุปสรรคของระบบปัจจุบัน และช่องว่างในการให้บริการ EMS ทางทะเล เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และประสบการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล รวมถึงข้อเสนอแนะ ซึ่งจะมีผู้ให้ข้อมูลทั้งในฝั่งสาธารณสุข กู้ชีพ ท่องเที่ยว เจ้าท่า ศรชลฯ รวมถึงมีการออกแบบระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทั้งในด้านการแจ้งเหตุ-รับแจ้งเหตุ-ประสานงาน การสื่อสาร-การอำนวยการทางการแพทย์- การสนับสนุน-การนำส่งโรงพยาบาล โดยจะมีทั้งรูปแบบการบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล กรณีเหตุการณ์ปกติและ รูปแบบการบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล กรณีอุบัติหมู่และภัยพิบัติ
นาวาเอก (พิเศษ) พิสิทธิ์ เจริญยิ่ง รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้นำเสนอปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ โดยเฉพาะเกาะที่อยู่ห่างไกล เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมและช่วงเวลาของวัน หากเป็นเวลากลางคืนหรือมรสุม ศักยภาพการนำเรือกู้ชีพออกปฏิบัติการจะลดลงอย่างมาก รวมทั้งหน่วยปฏิบัติการที่ยังมีไม่ครอบคลุมจุดเสี่ยงภัยทางทะเลอย่างเป็นระบบ การกระจุกตัวของทรัพยากรอยู่เฉพาะบนฝั่งทำให้ Response Time ยาวนานเกินกว่ามาตรฐาน ซึ่งในพื้นที่เกาะ มีเพียงบางเกาะที่มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ และเรือที่ขึ้นทะเบียนกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะสาหร่าย เกาะปูยู นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวมีจำนวนเกินกว่า 2 ล้านคนต่อปี หากเกิดภาวะฉุกเฉิน จังหวัดต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ดังนั้น ประกันสุขภาพนักท่องเที่ยว เป็นประเด็นที่สำคัญที่น่าจะใช้ในการแก้ปัญหา จำเป็นต้องดึงผู้ประกอบการทางเรือและเรือท่องเที่ยวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ โดยเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ใช้บริการ" เป็น "เครือข่ายภาคี" ในการเฝ้าระวังและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้