ข่าว/ความเคลื่อนไหว
จากกรณีผลการคัดกรองนิสิตใหม่ปีการศึกษา 2569 ในจังหวัดหาสารคาม พบอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนที่ค่อนข้างสูง โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามพบผู้ติดเชื้อกว่า 4,200 คน คิดเป็น 33% มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พบ 380 คน คิดเป็น 19% สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหน่วยงานด้านวิชาการที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” จึงจัดให้มีการแถลงข้อเท็จจริงที่สืบเนื่องจากข่าวดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ณ ห้องประชุมสุปัญญา สวรส. ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า ประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ ของประชาชนไทย ปีละประมาณ 15,000 ถึง 20,000 ราย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี สูงถึง 6,500 คนต่อปี สูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่อปีถึง 13,500 ล้านบาท และปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน ที่อาจจะพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ในอีก 20 ถึง 30 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายอีกจำนวนมหาศาล
“ช่วงที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาดังกล่าว สวรส. เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (สทนว.) และภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ ทั้งนี้โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีสามารถป้องกันและรักษาได้ หากปรับพฤติกรรมการกินดิบ และคัดกรองกลุ่มเสี่ยงให้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว” ผอ.สวรส. กล่าว
นพ.ศุภกิจ ระบุว่า หัวใจสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ คือการนำชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับแบบรวดเร็ว (OV-ATK) มาใช้ในภาคสนาม โดยเป็นการตรวจหาแอนติเจนจากตัวพยาธิในปัสสาวะ ซึ่งชุดตรวจ OV-ATK นี้ มีความไว 94% ความจำเพาะ 93.2% และมีความแม่นยำสูงถึง 92.5% ใช้งานง่าย ทราบผลรวดเร็ว เหมาะสำหรับการคัดกรองเชิงรุกในระดับชุมชน ทำให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจได้สะดวกยิ่งขึ้น และปัจจุบันชุดตรวจ OV-ATK ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และขึ้นทะเบียนเป็นบัญชีนวัตกรรมไทยเรียบร้อยแล้ว รวมถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กำหนดให้การตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจนี้เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอีกด้วย
นอกจากการคัดกรองด้วยชุดตรวจ OV-ATK แล้ว ผู้อำนวยการ สวรส. ยังกล่าวถึงการยกระดับระบบการรักษาว่า การดำเนินงานวิจัยในพื้นที่ ไม่ได้จบแค่เพียงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมไปถึงการให้ยาถ่ายพยาธิ Praziquantel และการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีด้วยอัลตราซาวด์สำหรับกลุ่มเสี่ยง พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูล Isan Cohort เพื่อใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ผู้ร่วมแถลงข่าว โดยมี นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุระวิเศษศักดิ์ รอง ผอ.สวรส. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” สวรส. ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.นพ.อรรถพล ติตะปัญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์มะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เสริมข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี ที่มีการบูรณาการเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) โดยจะมีจัดการทั้งสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเฝ้าระวังที่ครอบคลุมทุกมิติ อาทิ
มาตรการตัดวงจรชีวิตพยาธิใบไม้ตับแบบครบวงจร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดอัตราการติดเชื้อในคน โดยมาตรการเชิงรุกที่นำมาใช้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การรักษา แต่ครอบคลุมถึงการจัดการที่ต้นเหตุ
• การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy): มุ่งสร้างการรับรู้และตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน
• การจัดการอาหารปลอดภัย: ส่งเสริมและผลักดัน การผลิตอาหารปลอดพยาธิใบไม้ตับ เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อจากอาหารสู่คน
• การจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล: จัดระบบสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรชีวิตพยาธิในธรรมชาติ
กลไกขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ มีการขับเคลื่อนโดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) พร้อมดึงพลังของท้องถิ่นและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดกรอง ติดตามผู้ป่วย และให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ มีแผนฝึกอบรมศัลยแพทย์ พยาบาลห้องผ่าตัด รังสีแพทย์ และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป เพื่อเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปให้สามารถรองรับการคัดกรองและรักษามะเร็งท่อน้ำดีให้ได้ตามมาตรฐาน มีมาตรการที่หลากหลายและการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในทุกระดับ โดยมีสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน และสนับสนุนทางวิชาการ
การขับเคลื่อนแผนงานมุ่งเป้าฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นความหวังครั้งใหม่ของประเทศไทย ที่จะช่วยตัดวงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับ และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยจากการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างยั่งยืน
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้