4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. เข้าร่วมพิจารณาโครงสร้างต้นทุน ภาระโรค และความยั่งยืนเชิงป้องกันของระบบสุขภาพไทย

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ครั้งที่ 4/2569  ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา โดยมี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการพิจารณาโครงสร้างต้นทุน ภาระโรค และความยั่งยืนเชิงป้องกันของระบบสุขภาพของประเทศไทย และมีผู้แทนกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย องค์การเภสัชกรรม ร่วมให้ข้อมูล

การประชุมได้พิจารณาประเด็นต่างๆ เช่น จากภาระโรคและความต้องการรับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น กรมการแพทย์ได้ดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ได้แก่ การจัดซื้อยาและวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกันในระดับกรม การจ้างเหมาบริการจากภายนอก การใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ร่วมกันระหว่างหน่วยบริการระดับทุติยภูมิระดับสูง และการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยมีข้อเสนอให้เพิ่มการขยายการจัดซื้อยาและวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกันจากระดับกรมไปสู่ระดับกระทรวง เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองอันจะนำไปสู่การกำหนดราคาที่เหมาะสม การกำหนดราคาต้นทุนต่อหน่วยของบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ร่วมกันระหว่างหน่วยบริการในพื้นที่ใกล้เคียง การจัดบริการในรูปแบบเครือข่ายระดับเขตสุขภาพ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดความซ้ำช้อนในการให้บริการ ส่วนกรมอนามัยได้วิเคราะห์ภาระโรคและต้นทุนแฝงของระบบบริการสุขภาพ พบว่า การลดภาระโรคที่สามารถป้องกันได้จะช่วยลดต้นทุนด้านสาธารณสุขได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยมีข้อเสนอให้ปฏิรูปกลไกการจ่ายเงินของแต่ละกองทุนสุขภาพให้สอดคล้องกัน พร้อมทั้งปรับเพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบริการปฐมภูมิ เพื่อลดภาระต้นทุนและการะงานของหน่วยบริการในระยะยะยาว

ปัจจุบันระบบสาธาธารณสุขกำลังเผชิญกับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น ภาระโรคและผลต่อบริการโรงพยาบาล 6 โรคหลัก คือ หลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุ เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง หัวใจขาดเลือด ตับแข็ง นอกจากนั้นยังมีปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาแรงงานข้ามชาติ รวมทั้งหนี้สูญจากการรักษานักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ กรมควบคุมโรคได้ดำเนินมาตรการเพื่อลดภาระต้นทุนของระบบสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งกำจัดโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบซีด้วยการใช้ยาที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการรักษาในระยะยาว โดยมีข้อเสนอในการควบคุมต้นทุนและเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบสุขภาพ โดยบังคับใช้กฎหมายและมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค ส่วนองค์การเกสัชกรรม (อภ.) ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนยา คือต้นทุนการผลิต และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ต้นทุนยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันแม้ว่า อภ. สามารถผลิตยาตามบัญชียาหลักแห่งชาติได้มากกว่า 200 รายการ แต่ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะในโรงพยาบาลภาครัฐ ซึ่งมีการใช้ยานำเข้าประมาณ 71% ของมูลค่าการใช้ยาทั้งหมด ทั้งนี้ อภ.ได้ดำเนินโครงการร่วมกับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของหน่วยบริการผ่านกลไกการบริหารจัดการคลังสินค้าโดยผู้ขาย ซึ่งช่วยให้หน่วยบริการลดภาระการสำรองยา ลดต้นทุนการบริหารคลังยา และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะอนุกรรมาธิการฯ มีข้อเสนอแนะ เช่น 1) ควรจัดทำแผนบริหารจัดการต้นทุนด้านสาธารณสุขในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อรองรับภาระค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อันจะช่วยให้ระบบบริการสุขภาพมีเสถียรภาพและความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว 2) ควรส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตยาและเวชภัณฑ์ภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านยา และเสริมสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศ 3) ควรกำหนดแผนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคให้เป็นรูปธรรม โดยกำหนดเป้าหมายแนวทางการดำเนินงาน และกรอบงบประมาณที่ชัดเจน เพื่อลดภาระโรคที่สามารถป้องกันได้และลดต้นทุนของระบบบริการสุขภาพในระยะยาว 4) ควรบังคับใช้กฎหมายและมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้