4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. ดัน รพ.วชิระภูเก็ต เสริมทัพ Thailand CRC ยกระดับวิจัยคลินิกไทยสู่มาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสผู้ป่วยเข้าถึงยา-วัคซีน-เทคโนโลยีใหม่ ดึงการลงทุนวิจัยจากต่างประเทศ

          หัวใจสำคัญของการพัฒนายา วัคซีน และนวัตกรรมทางการแพทย์ คือการวิจัยคลินิก (Clinical Research) ที่มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามขั้นตอนสากล เนื่องจากเป็นกระบวนการที่มีการพิสูจน์และเปลี่ยนผ่านองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่การรักษาผู้ป่วยได้จริง นอกจากนี้การวิจัยคลินิกยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยด้วยอีกทางหนึ่ง ดังนั้นการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเพิ่มจำนวนของศูนย์วิจัยคลินิกที่มีศักยภาพ และสามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานสากล ให้กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่เป็นแกนหลักขับเคลื่อนการพัฒนาและจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศ และเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา สวรส. นำโดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ศ.พญ.ขวัญชนก ยิ้มแต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ รศ.(พิเศษ) นพ.สถิตย์ นิรมิตรมหาปัญญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมประชุมหารือการพัฒนาแนวทางการบริหารเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศ เพื่อกระตุ้น เสริมแรง และชวนมองให้เห็นถึงโอกาส ความสำคัญ และประโยชน์ของงานวิจัยคลินิกที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย และโรงพยาบาลที่สามารถจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิกได้ตามมาตรฐาน ณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต 

          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า สวรส. เป็นหน่วยงานหลักที่กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้ขับเคลื่อนนโยบาย Thailand CRC เพื่อพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นศูนย์วิจัยคลินิกที่มีมาตรฐานสากล เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและการเข้าถึงยา วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ ให้กับผู้ป่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอีกด้านหนึ่ง ถ้าประเทศไทยสามารถพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกให้เข้มแข็งและเป็นไปตามมาตรฐานสากล จะสามารถดึงการลงทุนด้านการวิจัยจากต่างประเทศได้จำนวนไม่น้อย แต่ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดในการลงทุนด้านการวิจัยยังไปที่ประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบคือ มีผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและจำนวนมากกว่า 

          นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า การวิจัยคลินิกช่วยสนับสนุนให้บุคลากทางการแพทย์วิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ยังคงไว้ซึ่งทักษะทางด้านวิชาการ นอกเหนือจากการให้บริการสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทผู้สนับสนุนการวิจัย (Sponsor) ตลอดจนยังเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลได้อีกทางหนึ่ง หากแต่ระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยคลินิกยังมีประเด็นสำคัญที่เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนเพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์วิจัยคลินิกแต่ละแห่งสามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ อาทิ การแก้ไขระเบียบเงินบำรุงเพื่อการรับทุนวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือกับกรมบัญชีกลางเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขระเบียบฯ การปรับโครงสร้างบุคลากรให้มีตำแหน่งและความก้าวหน้าของบุคลากรด้านการวิจัยที่ชัดเจน เช่น เภสัชกรวิจัย พยาบาลวิจัยหรือพยาบาลคลินิก ฯลฯ นอกจากนี้ การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ควรใช้ระยะเวลาลดลงแต่ยังคงมาตรฐานการวิจัย การปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น การซื้ออุปกรณ์หรือคุรุภัณฑ์ที่จำเป็นกับการวิจัย การเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคลากรด้านการวิจัย การสนับสนุนการอบรมเพิ่มพูนความรู้จากต่างประเทศ ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างคล่องตัวและถูกต้องตามกฎหมาย รวมไปถึงการจับมือกันระหว่างโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินงานวิจัยคลินิกให้เข้มแข็งมากขึ้น 

          “การพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกของประเทศไทย เป็นการขับเคลื่อนของทีมเดียวกันคือ ทีมไทยแลนด์ และไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่งานวิชาการเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความหวังและมีโอกาสในการที่จะเข้าถึงยาและการรักษาที่ดีกว่าเดิม และโรงพยาบาลมีรายได้ และประเทศชาติมีความมั่นคงทางสาธารณสุข” ผอ.สวรส. กล่าวย้ำ 

          ทั้งนี้ พญ.ปิยนาถ สกุลพิพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และหัวหน้าศูนย์วิจัยทางคลินิก พญ.บุษยา สันติศานติ์ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยทางคลินิก และทีมงานของ รพ.วชิระภูเก็ต ภายใต้การบริหารของ นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ร่วมให้ข้อมูลว่า รพ.วชิระภูเก็ต เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง (Sandbox) ในการพัฒนานวัตกรรมการรักษาขั้นสูงอย่าง Cell และ Gene Therapy ภายใต้โครงการ Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs ของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นการพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกจึงเป็นเรื่องที่ รพ.วชิระภูเก็ตให้ความสำคัญและกำลังพัฒนาควบคู่ไปด้วยกัน โดยศูนย์วิจัยทางคลินิก รพ.วชิระภูเก็ต (VCRC) มีวิสัยทัศน์มุ่งเน้นสู่การเป็นศูนย์วิจัยทางคลินิกที่มีมาตรฐานสากล เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์และสนับสนุนให้ จ.ภูเก็ตเป็น Medical Hub ของภูมิภาคอันดามัน และมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อรองรับงานวิจัยกลุ่ม ATMPs ตลอดจนงานวิจัยทางคลินิกทุกระยะ โดยยึดถือมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น GCP, GMP และความปลอดภัยของอาสาสมัครตามหลักจริยธรรมเป็นสำคัญ และอยู่ระหว่างการพัฒนาและจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น การจัดการภาวะฉุกเฉิน (CPR) การบริหารจัดการอาสาสมัคร การเก็บข้อมูล และการจัดการผลิตภัณฑ์วิจัย เพื่อเป้าหมายคือการขับเคลื่อนให้ จ.ภูเก็ตกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน  

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้