ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู

สวรส. ระดมเครือข่าย ออกแบบกรอบวิจัยระบบสุขภาพ 5 ปีข้างหน้า พร้อมกำหนดทิศทาง เท่าทัน-ตอบโจทย์ภาพอนาคต

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ระดมเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำกรอบวิจัย สวรส. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575 เพื่อระดมความเห็นในการวางทิศทางงานวิจัยของ สวรส. สำหรับแผนยุทธศาสตร์ในอนาคต เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการออกแบบกรอบการวิจัยของ สวรส. ที่ตอบโจทย์อนาคตระบบสุขภาพไทย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ สวรส. พ.ศ. 2571-2575 โดยมีเครือข่ายผู้กำหนดนโยบาย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย นักวิชาการ องค์กรภาคเอกชน ฯลฯ มาร่วมมองสถานการณ์สังคมและระบบสุขภาพ ตลอดจนร่วมกันคาดการณ์ภาพอนาคตที่ควรจะเป็นด้านการวิจัยระบบสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การกำหนดโจทย์วิจัยเชิงยุทธศาสตร์ การจัดลำดับความสำคัญของโจทย์วิจัย การพัฒนากลไกการสนับสนุนทุนวิจัยที่สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างกับสังคมและระบบสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรมอวานี รัชดา กทม.  

          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบัน สวรส. อยู่ในช่วงท้ายของแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 และกำลังเตรียมตัวเข้าสู่แผนยุทธศาสตร์ ทั้งของ สวรส. และของชาติ ช่วงปี 2571-2575 ทั้งนี้การจัดทำกรอบวิจัยเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ สวรส. ซึ่งทุกๆ 5 ปี สวรส. จะมีการทบทวนสถานการณ์ พร้อมกำหนดทิศทาง เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ โดยในระยะถัดไป นอกจากงบประมาณที่ สวรส. ได้รับจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) แล้ว อาจต้องมีการปรับตัวโดยหาแหล่งทุนอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อจะได้บริหารจัดการงานวิจัยได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งการประชุมครั้งนี้ใช้กระบวนการแบ่งกลุ่มย่อย เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างเต็มที่ใน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) จีโนมิกส์ (Genomics) 2) ระบบบริการสุขภาพ 3) ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ 4) ระบบยา 5) เทคโนโลยีทางการแพทย์ 6) การบริหารจัดการงานวิจัย โดยมีเป้าหมายที่จะนำข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นไปวิเคราะห์ฉากทัศน์ (Scenario) ของระบบวิจัยสุขภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า พร้อมจัดทำร่างทิศทางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของ สวรส. เพื่อให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง 
ผอ.สวรส. ย้ำว่า การสร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ และการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมีหัวใจสำคัญคือ การขับเคลื่อนการนำงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและสังคมโดยรวม ตลอดจนสามารถนำไปพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
         
          ทั้งนี้ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว สวรส. ได้มีการนำเสนอร่างกรอบวิจัยในประเด็นต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นในการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยผู้จัดการงานวิจัยของ สวรส. ได้แก่ ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ทพ.จเร วิชาไทย ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย และ ภก.วราวุธ เสริมสินสิริ เครือข่ายวิจัยระบบยา โดยกรอบวิจัยระบบบริการ ยึดหลัก ระบบสุขภาพเพื่อทุกคน พร้อมสร้างความเป็นธรรม ความยั่งยืน และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบาย อาทิ การพัฒนาโมเดลบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ ระบบบริการเขตเมืองและชนบท ระบบบริการโรค NCDs เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว การพัฒนา Digital Gateway พัฒนาระบบเตือนภัยและเฝ้าระวังโรคจากสภาพภูมิอากาศ พัฒนาเรื่อง SAFE Financing พัฒนากลไกอภิบาลระบบสุขภาพ พัฒนาระบบบริการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น สังคมสูงวัย เศรษฐกิจชะลอตัว ผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีดิจิทัล โรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ กรอบวิจัยความเป็นธรรมระบบสุขภาพ เน้นการมองเห็นทุกกลุ่มในสังคม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เจาะลึกในอุปสรรคโดยติดตามเส้นทางในเรื่องค่าใช้จ่าย ภาษา วัฒนธรรม การตีตรา สถานะกฎหมาย พัฒนาโมเดลเพื่อการนำไปใช้ได้จริงกับกลุ่มเปราะบางต่างๆ รูปแบบการจ่ายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ให้บริการ กำกับความเสี่ยงข้ามภาคส่วน โดยเชื่อมเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ท้องถิ่น การศึกษา แรงงาน และชายแดน เป็นต้น สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ไม่รู้จบในสังคม กรอบวิจัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เน้นงานวิจัยผลิตภัณฑ์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ หรือแพลตฟอร์มบริการเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถเบิกจ่ายได้ในสิทธิการรักษาพยาบาล หรือบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์การเบิกจ่ายของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ภาระโรค และภาระค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์หรือการนำแนวเวชปฏิบัติไปใช้ในระบบบริการ กรอบวิจัยจีโนมิกส์ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่เน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่และการค้นพบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แนวทางการดูแลสุขภาพที่นำข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลระดับโมเลกุล วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมของผู้ป่วยมาประมวลผล เพื่อให้แพทย์สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา หรือป้องกันโรคได้อย่างจำเพาะเจาะจงและตรงจุดที่สุด การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข ด้านจริยธรรม กฎหมาย และสังคมที่เกี่ยวกับเรื่องจีโนมิกส์ ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม กรอบวิจัยระบบยา กระบวนทัศน์ความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านยา ปฏิรูปกฎหมายและธรรมาภิบาลระบบยา และการตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ การจัดซื้อเชิงยุทธศาสตร์และการประเมินคุณค่า การพัฒนากลไกสนับสนุนการผลิตและจัดหานวัตกรรมยาที่มีแรงจูงใจทางการตลาดต่ำและมีความสำคัญเชิงสาธารณสุข ระบบสารสนเทศด้านยาแห่งชาติ (PMIS) การยกระดับนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพสู่ระบบกำกับดูแลแบบวงจรปิด ผ่านระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกและกลไกการคลังสุขภาพยุคหน้า (RDU & AMR) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการใช้ PatientReported Outcome Measures (PROMs), PatientReported Experience Measures (PREMs) และ RealWorld Evidence (RWE) เพื่อขับเคลื่อนระบบยาไทย National PROMs/PREMs Infrastructure, RWE Platform, Outcome-Based Policy ระบบยาและบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิ ภายหลังการถ่ายโอน รพ.สต. สู่ท้องถิ่น จีโนมิกส์และการแพทย์เฉพาะบุคคล ระบบสมุนไพรและยาแผนไทยภายใต้ BCG Economy ห่วงโซ่อุปทานยาแห่งชาติที่ยืดหยุ่นและทันสมัย ซึ่งจากร่างกรอบวิจัยดังกล่าว สวรส. ได้รับข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่หลากหลาย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดทำกรอบวิจัยของ สวรส. ปีงบประมาณ 2571-2575 ต่อไป

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้