4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. ส่ง App คุณลูก สู่การใช้จริง-ขยายผลในระบบบริการ ชูเขตสุขภาพที่ 7 ต้นแบบส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย

          ท่ามกลางสถานการณ์ที่เด็กเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเด็กไทยที่เกิดมาแล้วให้เติบโตอย่างมีคุณภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แต่ปัญหาที่พบในปัจจุบันคือ มีเด็กไทยประมาณปีละ 275,000 คน ที่ไม่ได้เข้าระบบบริการกระตุ้นพัฒนาการ หรือหลุดออกจากระบบในขั้นตอนต่างๆ เช่น ไม่ได้เข้ารับการคัดกรอง หรือได้รับการคัดกรองแล้วพบว่ามีผลสงสัยพัฒนาการล่าช้า แต่ไม่สามารถติดตามได้ภายใน 30 วัน หรือได้รับการคัดกรองแล้วพบว่า มีผลพัฒนาการไม่สมวัย แต่ไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการต่อ หรือได้รับการกระตุ้นพัฒนาการแล้วแต่ไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด เด็กกลุ่มนี้จึงกลายเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่ได้รับการกระตุ้นและติดตามพัฒนาการ ซึ่งอาจส่งผลให้สูญเสียทรัพยากรบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

          กระทรวงสาธารณสุขมียุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ พ.ศ. 2560-2569 เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ ประกอบกับในปัจจุบันคนไทยใช้สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น และในปัจจุบันทั่วโลกมีการพัฒนาระบบติดตามและดูแลสุขภาพผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ (mHealth) ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือเว็บไซต์ เพื่อใช้ประกอบการดูแลผู้ป่วย รวมถึงงานอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งโดยรวมพบว่า mHealth ช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยดียิ่งขึ้นและเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ด้าน แอปพลิเคชันคุณลูก (KhunLook) เป็น mHealth เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยผู้ดูแลเด็กในการเฝ้าระวัง ประเมิน ติดตาม ส่งเสริมการเจริญเติบโต และกระตุ้นพัฒนาการเด็กได้เองที่บ้าน รวมถึงใช้เป็นสื่อในการพูดคุยกับบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และมีการพัฒนาประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งล่าสุด สวรส. สนับสนุนทุนวิจัย “โครงการต้นแบบการใช้แอปพลิเคชันคุณลูกในสถานบริการสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมและติดตามพัฒนาการเด็กปฐมวัย” โดยเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา สวรส. และทีมวิจัย ได้มีการจัดเวทีนำเสนอการใช้แอปพลิเคชันคุณลูกในสถานบริการสาธารณสุขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมและติดตามพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยมี นพ.สมัย ศิริทองถาวร ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และ นพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นประธานช่วงพิธีเปิด พร้อมด้วย ทพ.จเร วิชาไทย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. รศ.ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง นักวิชาการอิสระ นพ.ธีรชัย บุญยะลีพรรณ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย ผศ.พญ.แก้วตา นพมณีจำรัสเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.(พิเศษ) พญ.นัยนา ณีศะนันท์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รศ.พญ.รสวันต์ อารีมิตร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ดร.กุลวดี ศรีพานิชกุลชัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และตัวแทนจากหน่วยบริการในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ โรงพยาบาลในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม และ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อนำเสนอผลการใช้แอปพลิเคชันในสถานบริการสาธารณสุข และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การนำแอปพลิเคชันคุณลูกไปใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น

          ทพ.จเร วิชาไทย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. กล่าวว่า ในอดีต สวรส. อาจไม่คุ้นเคยกับการสนับสนุนทุนวิจัยด้านเทคโนโลยีมากนัก แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนการให้บริการด้านสุขภาพ สวรส. จึงหันมาให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทุนวิจัยในการพัฒนาแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งแอปพลิเคชันคุณลูกเป็นหนึ่งในไม่กี่แอปพลิเคชันที่ สวรส. สนับสนุนการพัฒนามากว่า 10 ปี โดย สวรส. มองว่า เทคโนโลยีควรเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ไม่ใช่แค่การใช้งานในตัวแอปพลิเคชันเท่านั้น เช่น การนำแอปฯ มาใช้ในการนัดหมายฉีดวัคซีน หรือการอำนวยความสะดวกในการจองคิวสำหรับเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งาน และยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์มากขึ้น

          “เขตสุขภาพที่ 7 ถือเป็นพื้นที่นำร่องในการใช้งานแอปพลิเคชันคุณลูกอย่างกว้างขวางและเข้มแข็ง ซึ่งจากความสำเร็จนี้ สวรส. คาดหวังให้มีการนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปด้วย เพื่อให้แอปฯ คุณลูกเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับพ่อแม่หรือผู้ปกครองได้จริง หรืออาจดูแลครอบคลุมไปจนถึงเด็กวัยรุ่น และที่สำคัญต้องเชื่อมต่อกับระบบบริการหลักของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อการใช้งานได้จริง และข้อมูลที่ได้จากการบันทึกในแอปฯ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำไปต่อยอด ทั้งการพัฒนาเชิงระบบและการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับระบบสาธารณสุขต่อไป” ทพ.จเร กล่าว

          ทพ.จเร ย้ำว่า แอปพลิเคชันคุณลูกไม่ใช่เป็นแค่แอปฯ ที่ทำงานอยู่เดี่ยวๆ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุข โดยมีการเชื่อมกับระบบบริการสุขภาพที่สามารถส่งเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการให้เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ควรปรับเปลี่ยนทัศนคติ (Mindset) ว่าการดูแลเด็กไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในครอบครัวหรือผู้ให้บริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่ควรให้ชุมชนรู้สึกมีส่วนร่วมในการดูแลเด็กด้วย ซึ่งอาจมีการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในระดับพื้นที่ โดยอาจมีการขยับจากการใช้งานในระดับเขตไปสู่ระดับนโยบายจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายก อบจ. ทั้งนี้อาจใช้ข้อมูลภาพใหญ่ในเรื่องปัญหาพัฒนาการเด็กมาแสดงให้เห็น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการมีส่วนร่วมจากภาครัฐในส่วนท้องถิ่นด้วย รวมทั้งอาจมีการจัดแคมเปญเพื่อให้เกิดการรับรู้ในการใช้แอปฯ ที่กว้างขวางมากขึ้น เช่น  การจัดมุมแอปฯ คุณลูกในชุมชน หรือในสถานประกอบการ/ที่ทำงาน เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ได้รับรู้และนำแอปฯ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ 

          รศ.พญ.รสวันต์ อารีมิตร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือข่ายนักวิจัย สวรส. อธิบายถึงจุดเด่นและประโยชน์ของแอปพลิเคชันคุณลูกว่า เป็นแอปพลิเคชันสำหรับผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กเพื่อใช้ในการส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพและพัฒนาการเหมาะสมตามวัย ลดความเสี่ยงต่อการมีพัฒนาการที่ล่าช้า โดยช่วยประเมินและบันทึกสุขภาพ และมีข้อมูลส่งเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับการส่งเสริมสุขภาพเด็ก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาและหลังคลอดจนถึงอายุ 18 ปี ตามแนวทางของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า แอปพลิเคชันคุณลูกเป็นที่ยอมรับทั้งด้านเนื้อหาและความง่ายในการใช้งาน และมีผลตอบแทนทางสังคมคุ้มค่า Social Return on Investment (SROI) ได้ 8.9-11.6 มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 550,000 ครั้ง ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ โดยประชาชนที่สนใจในการติดตามสุขภาพของลูก ได้มีการบันทึกและให้ความยินยอมและอนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้ประมวลผลสถานะทางสุขภาพ มีผู้ใช้เฉลี่ยประมาณ 11,000 คนต่อเดือน ซึ่งแอปพลิเคชันคุณลูก เป็นเทคโนโลยีที่สามารถ scale up เพื่อรองรับผู้ใช้ได้จำนวนมาก และเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่จะนำมาต่อยอดในส่วนของการพัฒนาเรื่องพัฒนาการเด็ก

          รศ.พญ.รสวันต์ กล่าวต่อว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้ารับบริการและการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ได้แก่ ผู้ปกครองไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องพัฒนาการเด็ก เช่นเชื่อว่าหากโตขึ้นพัฒนาการที่ล่าช้าจะดีขึ้นตามวัย หรือความรู้สึกว่าโดนตำหนิ เมื่อได้รับการคัดกรองแล้วพบว่า เด็กมีความล่าช้า ทำให้ผู้ดูแลรู้สึกแย่และไม่อยากกลับมาตามนัด การไม่มีเวลาพามาตามนัด การจดจำวันนัดไม่ได้ ปัญหาการเดินทางไปยังสถานบริการ ส่วนปัจจัยภายในที่ทำให้ยังไม่ตัดสินใจพาเด็กมาตรวจ ได้แก่ ยังทำใจยอมรับไม่ได้ว่าเด็กมีพัฒนาการช้า ความเชื่อของครอบครัวและชุมชนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และคิดว่าโตขึ้นก็หายเอง ซึ่งการออกแบบแอปพลิเคชันคุณลูกในส่วนของพัฒนาการ ช่วยเติมเต็มช่องว่างของการเข้าไม่ถึงและไม่เข้าถึง

          จุดเด่นของแอปพลิเคชันคุณลูก คือความสะดวกสบาย พกพาเข้าถึงง่ายจากทุกที่ เสริมศักยภาพของผู้ใช้แอปพลิเคชัน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูล และสามารถบันทึกข้อมูลพัฒนาการที่ช่วยส่งเสริมแรงจูงใจในการประเมินและบันทึกพัฒนาการ เช่น ระบบเช็คอินประจำวัน ระบบบันทึกพัฒนาการต่อเนื่อง ระบบเหรียญรางวัล มีหน้ารวมรางวัล หน้าปฏิทินจะเป็นประวัติการบันทึกและการประเมินพัฒนาการ และมีหน้าค้นหาผู้เชี่ยวชาญ และมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติรายวันฯลฯ ทั้งนี้การนำร่องใช้ต้นแบบการใช้แอปพลิเคชันคุณลูกเพื่อติดตามพัฒนาการเด็กในสถานบริการสาธารณสุข และประเมินประสิทธิภาพในการติดตามพัฒนาการเด็ก พบว่า แอปพลิเคชันโดดเด่นกว่าตรงที่มีคลิป VDO วิธีฝึกกระตุ้นพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เหมาะสมกับผู้ที่มีความถนัดในการใช้สมาร์ตโฟน และนอกเหนือจากการนำร่องใช้แอปพลิเคชันคุณลูกในเด็กที่สงสัยพัฒนาการช้าตามโครงการฯ แล้ว บุคลากรทางสาธารณสุขที่ให้บริการด้านพัฒนาการเด็ก ได้นำแอปพลิเคชันคุณลูกไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ของบริการเพิ่มเติม เช่น แนะนำในคลินิกฝากครรภ์ คลินิกสุขภาพเด็กดี และศูนย์เด็กเล็กฯ 

          “แอปพลิเคชันคุณลูกมีความน่าเชื่อถือ เหมาะสมทันสมัย ใช้และเข้าใจได้ง่าย เป็นที่พอใจของผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแลเด็กและเป็นเครื่องมือที่เป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระของบุคลากรสาธารณสุข แอปพลิเคชันคุณลูกมีความเหมาะสมที่จะใช้ร่วมกับคู่มือพัฒนาการหรือเป็นตัวเลือกทดแทนที่มีศักยภาพในการขยายผลไปสู่การใช้งานในวงกว้าง สอดรับกับนโยบายการดูแลสุขภาพดิจิทัล และลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลพัฒนาการเด็กของผู้ปกครอง” รศ.พญ.รสวันต์ กล่าวย้ำ  

          ในเวทีดังกล่าว ผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ อาทิ แอปพลิเคชันคุณลูกช่วยให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ บุคลากรสาธารณสุขใช้แอปฯ นี้เป็นสื่อให้พ่อแม่มีส่วนร่วม และลงมือทำ ประเมินแล้วบันทึกข้อมูล ทำให้ผู้ปกครองตระหนักในการดูแลเด็กอย่างมีคุณภาพ พลังกลุ่ม เช่นการมีไลน์กลุ่มผู้ปกครองเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ปกครองเกิดการดูแลเด็กอย่างมีคุณภาพไปด้วยกัน วิกฤตเรื่องพัฒนาการเด็ก คือวิกฤตของปัญหาครอบครัวและสังคม ซึ่งมีความซับซ้อนซ่อนอยู่หลายมิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจของครอบครัว วัฒนธรรม ความเชื่อในการเลี้ยงดู บริบทครอบครัวที่หลากหลายและเด็กแต่ละคนก็มีปัญหาหลายระดับ การแก้ปัญหาพัฒนาการเด็กไม่ได้เป็นปัญหาแค่เรื่องสุขภาพ แต่ควรมีการทำงานกับระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กด้วย ควรมีการนำข้อมูลผู้ใช้แอปฯ มาวิเคราะห์ต่อว่าเป็นใคร มีภูมิหลังและการใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อจะได้ทำงานเชิงรุกในการขยายฐานผู้ใช้แอปฯ ให้มากขึ้น แอปฯ ควรสอดคล้องกับการเลี้ยงดูภายใต้วัฒนธรรมในพื้นถิ่นนั้นๆ ควรนำความรู้จากฐานรากของวัฒนธรรมมาผสานกับเรื่องทางการแพทย์ ควรทำให้แอปฯ นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของหมอ แต่เป็นแอปฯ ที่เป็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

          ด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้แทนจากสถานบริการสาธารณสุขใน 4 โรงพยาบาล ได้แก่ รพ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ รพ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น รพ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และ รพ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการนำแอปพลิเคชันคุณลูกไปใช้จริงในระบบบริการ ซึ่งทั้ง 4 โรงพยาบาลสะท้อนชัดว่า สามารถนำแอปพลิเคชันคุณลูกไปใช้ในระบบการให้บริการสาธารณสุขได้จริง และเกิดประโยชน์ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ทำให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลเรื่องพัฒนาการเด็กมากขึ้น สามารถตรวจเจอความผิดปกติในเด็กได้เร็วขึ้น เด็กได้รับวัคซีนตามเกณฑ์มากขึ้น ช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจ สามารถดูประวัติย้อนหลัง มีเวลาให้คำปรึกษาเชิงลึกมากขึ้น ลดปัญหาการทำข้อมูลสูญหาย การสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ปกครองมีความราบรื่นมากขึ้น เพิ่มความผูกพันในครอบครัว สร้างความมั่นใจการเลี้ยงลูก ด้านเชิงระบบสาธารณสุข ทำให้มีข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ เด็กสามารถเข้าถึงการคัดกรองได้อย่างเท่าเทียม ผู้ปกครองมีการดูแลเด็กแบบเชิงรุกมากขึ้น ทำให้เด็กเติบโตมาอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย ช่วยบริหารจัดการข้อมูล ลดภาระงาน และลดขั้นตอนการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายและการดูแลแบบไร้รอยต่อ มีระบบการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการขยายผลไปยังคลินิกฝากครรภ์ (ANC) ห้องคลอด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล กลุ่มแม่และเด็กในชุมชน ฯลฯ

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้