ข่าว/ความเคลื่อนไหว
📌วันนี้ 16 พ.ค. 69 : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ "เส้นทางระบบสุขภาพ : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อความเป็นธรรมสำหรับทุกคน" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมวดที่ 1 (Module 1) ภายใต้หลักสูตรพัฒนาศักยภาพเครือข่ายนักสานพลังสร้างสุขภาวะ (คนส.) รุ่นที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการทำงานด้านการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขเพื่อสุขภาพในระยะยาว นำไปสู่การพัฒนาสุขภาวะทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ร่วมกัน จากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
จากการบรรยายพิเศษของ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ได้สะท้อนให้เห็นว่า “สุขภาพ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาโรคในโรงพยาบาล แต่คือระบบที่เชื่อมโยงผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน โดยหัวใจสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจร่วมกัน คือ “ความแตกต่างระหว่างการแพทย์และการสาธารณสุข” ซึ่งเป็นคนละมิติแต่ต้องเดินไปพร้อมกัน การแพทย์ (Medicine) มุ่งรักษาผู้ป่วยรายบุคคล เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม ขณะที่การสาธารณสุข (Public Health) มุ่งดูแลประชากรในภาพรวม เน้นการป้องกันโรคและสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ เพื่อให้คนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน
นพ.ศุภกิจ ยังชี้ให้เห็นว่า ระบบบริการทางการแพทย์สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้เพียงประมาณร้อยละ 10 เท่านั้น แต่อีกร้อยละ 90 เกิดจากปัจจัยอื่น เช่น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ และวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ดังนั้น ระบบสุขภาพไทยจึงจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) อย่างจริงจัง ตั้งแต่การดูแลสุขภาพตนเอง การลดปัจจัยเสี่ยง การคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการควบคุมโรคเรื้อรังเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลหรือความดันโลหิตได้ตามเป้าหมาย
ในด้านโครงสร้างระบบสุขภาพ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ” ท่ามกลางวิกฤตเด็กเกิดน้อย โดยมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มสูงขึ้น โรคสำคัญที่ทำให้คนไทยสูญเสียปีสุขภาวะมากที่สุด ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุทางถนน เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคหัวใจขาดเลือด นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องรองรับการดูแลสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญของประเทศไทย คือ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2545 ครอบคลุมประชาชนผ่าน 3 สิทธิหลัก ได้แก่ สิทธิบัตรทอง สิทธิประกันสังคม และสิทธิข้าราชการ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกว่ามีประสิทธิภาพและคุ้มค่า แม้ใช้งบประมาณไม่สูง แต่สามารถทำให้อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นใกล้เคียงประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ ไทยยังมีระบบเฝ้าระวังโรคที่เข้มแข็ง มีกลไกนโยบายสุขภาพจากภาคประชาชนผ่าน “สมัชชาสุขภาพ” และมีเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1 ล้านคน ที่ช่วยดูแลสุขภาพประชาชนในระดับชุมชน
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะความไม่สมดุลของงบประมาณสาธารณสุข ที่กว่าร้อยละ 90 ยังถูกใช้ไปกับการรักษาโรค ขณะที่งบด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพมีเพียงส่วนน้อย รวมถึงปัญหาการกระจายบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ทั่วถึง ความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนที่ยังต่ำ ตลอดจนความท้าทายจากการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และปัญหาสำคัญอย่างวัณโรคและอุบัติเหตุทางถนนที่ยังเป็นตัวชี้วัดด้านสุขภาพที่ประเทศต้องเร่งแก้ไข
ในช่วงท้าย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือ สวรส. ได้ย้ำบทบาทสำคัญของการใช้ข้อมูล วิจัย และหลักฐานเชิงประจักษ์มาสนับสนุนการกำหนดนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยให้มีความยั่งยืน เป็นธรรม และปลอดภัยในอนาคต โดยเน้นว่าการสร้างสุขภาวะที่ดีไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมที่จะต้องช่วยกันปรับพฤติกรรม สร้างความรอบรู้ และร่วมกันออกแบบระบบสุขภาพที่สมดุลสำหรับทุกคน
ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดในส่วนของบูธนิทรรศการภายในงานร่วมกันกับทั้งสามหน่วยงานภาคีเครือข่ายรูปแบบการนำเสนอการแนะนำองค์กร สวรส. โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสานใจ 1/1 ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ บริเวณกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้