(ฟุกุโอกะ, ญี่ปุ่น – 12 พฤษภาคม 2569) – ประเทศไทยโชว์ศักยภาพการแพทย์จีโนมิกส์ในเวทีระดับโลก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ร่วมบรรยายพิเศษในงาน PacBio Prism 2026: Color the future of genomics จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 พ.ค. 2569 ณ ประเทศญี่ปุ่น เผยความสำเร็จของโครงการ Genomics Thailand ที่นำเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมมาใช้จริงในระบบสาธารณสุขไทย มุ่งเป้าป้องกันก่อนป่วยและวินิจฉัยรักษาอย่างแม่นยำ
จากงานวิจัยสู่สิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง’
นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า โครงการ Genomics Thailand ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่ได้เชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่สิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง’ เพื่อคนไทยทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การตรวจยีนเสี่ยงมะเร็งเต้านมและรังไข่ (BRCA1/2) เพื่อป้องกันล่วงหน้า การตรวจยีนเพื่อป้องกันการแพ้ยารุนแรง เพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา นอกจากนั้น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยโรคหายาก และโรคมะเร็งให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
รุกคืบระยะที่ 2 พิชิตโรคไม่ติดต่อ (NCDs) รับสังคมสูงวัย
โครงการ Genomics Thailand อยู่ระหว่างการเดินหน้าผลักดันแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย ระยะที่ 2 โดยหัวใจสำคัญของแผนในระยะที่ 2 คือการใช้ข้อมูลจีโนมิกส์รับมือกับ ‘สังคมผู้สูงอายุยิ่งยวด’ โดยเน้นไปที่กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน หัวใจ และไขมันในเลือดสูง ข้อมูลทางพันธุกรรมจะช่วยระบุความเสี่ยงเฉพาะบุคคล (Personalized Risk Prediction) ช่วยให้วางแผนการดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค ซึ่งจะช่วยลดงบประมาณการรักษาของประเทศในระยะยาว
ผนึกกำลังเอเชีย: สร้างฐานข้อมูลจีโนมเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ
งานนี้เป็นเวทีสำหรับนำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยด้านจีโนมิกส์ และเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิจัยจากประเทศต่างๆ โดยมีผู้แทนจากประเทศไทยได้แก่ ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.จักรกฤษณ์ เอื้อสุนทรวัฒนา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สวรส. เป็นต้น เข้าร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทั้งจาก Precision Health Research, Singapore (PRECISE) ประเทศสิงคโปร์ มหาวิทยาลัยฟูตัน ประเทศจีน และมหาวิทยาลัยโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วยนักวิชาการชั้นนำจากทั้งสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมี ‘ฐานข้อมูลจีโนมประชากรในประเทศ’ เนื่องจากปัจจุบันฐานข้อมูลจีโนมโลกมีข้อมูลคนเอเชียเพียง 5.3% ทำให้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงจากฝั่งตะวันตกอาจไม่แม่นยำสำหรับคนเอเชีย ดังนั้น ประเทศในเอเชียจึงจำเป็นต้องมีแผนที่จีโนมของตนเอง รวมไปถึงการเพิ่มมิติความหลากหลายของข้อมูลชีวภาพด้วยเทคโนโลยีมัลติโอมิกส์ และอีพิจีโนมิกส์ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและประเมินความเสี่ยงต่อโรคที่จำเพาะและแม่นยำสูงสุดสำหรับประชากรชาวเอเชีย ซึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในเอเชีย เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาด้านงานวิจัยจีโนมิกส์ การแพทย์แม่นยำและการประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ในภูมิภาคนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
นพ.ศุภกิจ กล่าวตอนท้ายของการบรรยายว่า เทคโนโลยีจีโนมิกส์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คือเครื่องมือสำคัญที่จะเปลี่ยนจากการรักษาตามอาการ เป็นการ ‘รู้ก่อน ป้องกันได้ และรักษาตรงจุด’ เพื่อให้ประชาชนมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต