ข่าว/ความเคลื่อนไหว
การประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 2/2569 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดย ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. และทีมวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ได้รายงานความก้าวหน้างานวิจัยเรื่อง “การสังเคราะห์หลักฐานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮออล์ 180 วัน ในประเทศไทย” เพื่อติดตามความคืบหน้าของงานวิจัยฯ โดยเฉพาะสถานะการขอความอนุเคราะห์ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเพื่อพิจารณากรอบระยะเวลาดำเนินการ แนวทางการนำเสนอผลการประเมิน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอผลในการสัมมนาเชิงวิชาการที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้ โดยมี นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบฯ ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และระบบออนไลน์
สำหรับงานวิจัยดังกล่าว เป็นการศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบจากการปรับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอย่างเป็นระบบ ทั้งผลกระทบด้านบวกและด้านลบ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยหลักวิชาการ จากการรวบรวมข้อมูลผลกระทบจากหลายแหล่งข้อมูล ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่สนับสนุนข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ครบถ้วนแล้ว 3 หน่วยงาน ได้แก่ ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน จากกองป้องกันการบาดเจ็บ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ข้อมูลภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากกรมสรรพสามิต ข้อมูลการเบิกจ่ายของโรงพยาบาล ภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่วนหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาและขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว ทีมวิจัยจะนำมาเปรียบเทียบก่อนหลังการดำเนินนโยบาย พร้อมเปรียบเทียบชุดข้อมูล 2 ปีย้อนหลัง เพื่อสุดท้ายจะสะท้อนผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ โดยจะมีการนำเสนอผลกระทบสุทธิในเชิงมูลค่าเงินให้เห็นอย่างชัดเจน
ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. ให้ความเห็นในที่ประชุมว่า สิ่งที่อยากเห็นมากกว่าแค่การบอกว่า จำนวนอุบัติเหตุทางท้องถนนเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร คือข้อมูลตัวอย่างจากต่างประเทศที่มีความใกล้เคียงกันในการขยายเวลาฯ เขามีมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อให้ภาคนโยบายมีข้อมูลอย่างรอบด้านในการพิจารณาว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ซึ่งไม่ว่าสุดท้ายแล้ว นโยบายจะเป็นอย่างไร งานวิจัยควรมีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลอย่างเหมาะสมควบคู่ด้วย ส่วนประเด็นการซื้อแอลกอฮอล์ในเด็กและเยาวชน ในช่วงเวลาที่ขยายการขาย ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่ทีมวิจัยอาจต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะสามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้จากที่ไหน อย่างไร รวมถึงการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ก็ยังเป็นประเด็นที่น่าจะนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดรายละเอียดของนโยบายได้อีกด้วย
สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อประเมินผลกระทบของนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการ โดยใช้ฐานข้อมูลสำคัญจาก 3 แหล่ง ได้แก่ สถิติอุบัติเหตุทางถนน (RTIDC) ข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล (สปสช.) และ ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านแบบจำลองทางสถิติเพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงปริมาณและแนวโน้ม ผลการวิเคราะห์ในระยะแรกระบุว่า ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อจำนวนผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือพฤติกรรมการบริโภคสุราหลังจากเริ่มใช้นโยบายเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยจากการเจาะวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่ดื่มสุรา ผลการวิเคราะห์ยังคงแสดงไปในทิศทางเดียวกัน คือยังไม่เห็นแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ส่วนผลกระทบด้านสุขภาพและพฤติกรรม จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเบิกจ่ายเบื้องต้นของ สปสช. ในช่วง 1 เดือนก่อนและหลังนโยบาย ยังไม่พบการเพิ่มขึ้นของจำนวนความผิดปกติทางจิตหรือพฤติกรรมที่เกิดจากการดื่มสุรา รวมถึงไม่พบการเปลี่ยนแปลงในการทำร้ายร่างกาย ด้านข้อมูลภาษี (Excise-TAX) จากกรมสรรพสามิต ยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงของปริมาณและแนวโน้มภาษีขายส่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้การวิเคราะห์จากข้อมูลภาษีควรวิเคราะห์ปริมาณการขายส่งร่วมกับปริมาณการขายปลีก ซึ่งเป็นผลทางตรงมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดเรื่องความล่าช้าของการบันทึกข้อมูลในบางส่วน และเตรียมดำเนินการขยายผลการศึกษาไปยังรายพื้นที่และช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่แม่นยำและครบถ้วน
ในที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่องานวิจัย อาทิ เมื่อมีข้อมูลเชิงลบแล้ว ควรมีข้อมูลเชิงบวกมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น ตัวเลขทางเศรษฐกิจจากสมาคมค้าปลีก สมาคมร้านอาหาร สมาคมภัตราคารไทย ความเห็นของนักท่องเที่ยว ฯลฯ ควรแยกให้เห็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ชัดเจนว่า จำนวนที่ขายเพิ่มขึ้นเป็นเหล้าเบียร์เท่าไหร่ เครื่องดื่มชนิดอื่นเท่าไหร่ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการเรียน เช่น การขาดเรียนของกลุ่มที่ดื่มในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. เป็นต้น
ทั้งนี้ในวันที่ 2 เม.ย. 2569 สวรส. และทีมวิจัยจะจัดให้มีการสัมมนาวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงหลักฐานและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน ต่อประเด็นนโยบายการขยายเวลาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ในประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจกรอบเหตุผล วิธีการวิเคราะห์ และข้อกังวลของแต่ละฝ่ายอย่างรอบด้าน แล้วหลังจากนั้นจะเร่งสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศต่อไป
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้