4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. ร่วมวงภาคี ฉายนโยบายสุขภาพยุคใหม่ มุ่งสร้างนวัตกรรมทันสมัย-ใส่ใจความเป็นมนุษย์

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ผนึกภาคีสุขภาพร่วมผลักดันนโยบายสุขภาพไทยยุคใหม่ ผ่านช่วงเสวนา Visionary System Leaders Talks ในหัวข้อ “นโยบายสุขภาพไทยยุคใหม่: บูรณาการนวัตกรรมที่ทันสมัย กับความใส่ใจความเป็นมนุษย์” ในการประชุมวิชาการ HA National Forum ครั้งที่ 26 โดยมีผู้บริหารองค์กรภาคีในระบบสุขภาพ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และ พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ร่วมให้มุมมองตามภารกิจของแต่ละองค์กร เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
 
          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กับหัวข้อ “From Evidence to Impact: Innovating Health Systems through Quality and Safety research for the Future Sustainable” จากหลักฐานสู่ผลกระทบ: การพัฒนานวัตกรรมระบบสุขภาพ ผ่านการวิจัยด้านคุณภาพและความปลอดภัยเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” โดย ผอ.สวรส. ฉายสถานการณ์ให้เห็นว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จากยุค Analog สู่ Digital ไป Quantum และปัจจุบัน AI Everywhere และมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่ของประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และอัตราการเกิดที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่บีบให้ต้องมุ่งสู่ Net Zero การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล (Digital Transformation) ที่นำ AI และ Big Data มาใช้ในระบบการแพทย์ การขยายตัวของเมือง การแข่งขันของมหาอำนาจ การให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ฯลฯ ซึ่งการจะแก้ปัญหาใดๆ ที่โลกและประเทศไทยกำลังเผชิญ จำเป็นต้องมีนโยบายและมาตรการในการแก้ปัญหาที่มาจากการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ และจากเครื่องมือที่น่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น ภาระโรค (Burden of Disease: BOD) ซึ่งวัดด้วยค่า DALYs (การตายก่อนวัยอันควรบวกกับความพิการ) แทนที่จะดูเพียงอัตราป่วยหรืออัตราตายแบบเดิม โดยข้อมูลล่าสุดปี 2565 พบว่าประเทศไทยมีภาระโรคสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุทางถนน โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคหัวใจขาดเลือด นอกจากนี้แนวโน้มความชุกของโรค NCDs จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป พ.ศ. 2547-2568 พบแนวโน้มที่น่ากังวล โรคเบาหวานเพิ่มจาก 6.6% เป็น 10.6% โรคไขมันในเลือดสูงเพิ่มจาก 15.5% เป็น 19.8% โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มจาก 22% เป็น 29.5% และพบว่าคนไทยมีภาวะอ้วนสูงถึง 45% และที่น่าตกใจคือ คนวัยทำงาน (35-44 ปี) มีความชุกของเบาหวานเพิ่มขึ้น โดย 27% ไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน มีเพียง 28% เท่านั้นที่สามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดี ซึ่งคนที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวานมากที่สุดอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร 

          “เพื่อให้ระบบสาธารณสุขไทยก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ สวรส. จึงมุ่งส่งเสริมการบริหารจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ดีกว่าเดิม โดยเน้นหลักการ Value Based Health Care หรือการดูแลสุขภาพที่เน้นคุณค่าและความคุ้มค่า รวมถึงการนำแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) มาปรับใช้ในการบริหารจัดการองค์กร และพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล โดยด้านสิ่งแวดล้อม ควรมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในโรงพยาบาล การจัดการขยะทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม ควรสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ ลดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบท พร้อมดูแลสุขภาวะของบุคลากรเพื่อลดภาวะ Burnout และใช้แนวทางการดูแลรักษาที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วย ด้านการอภิบาลระบบ เน้นการบริหารจัดการระบบด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความคุ้มค่าของงบประมาณเป็นสำคัญ” ผอ.สวรส. กล่าว

          นพ.ศุภกิจ ย้ำปิดท้ายว่า การเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหาระบบสุขภาพของประเทศ จำเป็นต้องใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ดังนั้นควรมีการลงทุนทางด้านวิจัยและวิชาการ เพื่อจะได้รู้ว่าสาเหตุของปัญหาสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข คืออะไร 

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้