ข่าว/ความเคลื่อนไหว
สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ จัดประชุม UK-Thailand Next-Gen Health Conference โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านการดูแลสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics) การผลิตเซลล์และยีน (Cell and Gene Manufacturing) AI และการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) พร้อมสานต่อความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองประเทศร่วมแลกเปลี่ยนในการประชุมฯ อาทิ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นักวิจัย/นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำของสหราชอาณาจักร ได้แก่ Oxford Nanopore Technologies, Lifebit, AstraZeneca, GSK และ Touchlight เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตอังกฤษ (Four Seasons Private Residences)
ด้านสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย นำเสนอข้อมูลโดย ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. ฉายให้เห็นถึงการขับเคลื่อนเรื่องการแพทย์จีโนมิกส์ของประเทศไทย ตั้งแต่ระยะที่ 1 ว่า การขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยเรียบร้อยแล้วจำนวน 50,000 ราย ใน 5 กลุ่มโรค และมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการจัดการข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต ที่พร้อมให้บริการข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทย ทั้งนี้ผลงานที่โดดเด่น อาทิ การผลักดันให้การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมและรังไข่ ถูกบรรจุเข้าในชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ส่วนโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยในระยะที่ 2 จะมีการขยายขนาดข้อมูล โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างจาก 50,000 ราย เป็น 200,000 ราย และมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่มีความละเอียดมากขึ้นมาใช้ เช่น การถอดรหัสพันธุกรรมแบบสายยาว (Long-read WGS) การศึกษาข้อมูลระดับโมเลกุลหลายระดับ (Multi-omics) การหาลำดับเบสของเซลล์เดี่ยว (Sigle-cell Sequencing) การถอดรหัสเภสัชพันธุศาสตร์แบบสายยาว (Long-read PGx) พร้อมกับผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากระยะแรก และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์แม่นยำชั้นนำในเอเชีย ส่วนด้านการพัฒนาบุคลากร วางแผนที่จะต่อยอดการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านจีโนมิกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการนำข้อมูลจีโนมิกส์ไปใช้ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ
"อีกเป้าหมายสำคัญของ Genomics Thailand ว่าคือการสร้างพลเมืองที่มีความรู้ด้านพันธุกรรม (Genomic Literate Citizen) ที่สามารถใช้ข้อมูลพันธุกรรมของตนเองในการวางแผนสุขภาพและตัดสินใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้ พร้อมทั้งผลักดันให้คนไทยสามารถเข้าถึงการแพทย์ที่มีคุณภาพและแม่นยำได้อย่างเท่าเทียม" ดร.นุสรา กล่าวย้ำ
ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการดำเนินงานด้านการแพทย์จีโนมิกส์ ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) กำกับดูแลการกำหนดมาตรฐานเพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัย เป้าหมายเพื่อการคัดกรองและการวินิจฉัยที่แม่นยำ โดยจัดตั้งมาตรฐานห้องปฏิบัติการและกรอบจริยธรรมชีวภาพสำหรับเทคโนโลยีเกิดใหม่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพสูง 2) มีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถแปลผลทางคลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพในการรักษาเฉพาะบุคคล เช่น โรคหายาก เภสัชจีโนมิกส์ เพื่อเข้าสู่แนวทางการดูแลรักษาที่มีมาตรฐาน 3) การบูรณาการการแพทย์แม่นยำกับเศรษฐศาสตร์สุขภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่ไม่จำเป็น ตลอดจนผลักดันนโยบายเพื่อส่งเสริมและบูรณาการการตรวจยีนในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์สำหรับการแพ้ยาและการคัดกรองมะเร็ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว และ 4) การจัดทำธนาคารชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์ข้อมูลห้องปฏิบัติการแห่งชาติ และการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างฐานข้อมูลระดับชาติที่ครอบคลุม มีความปลอดภัย รวมทั้งมีการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย
นอกจากนี้ช่วงหนึ่งในการประชุมฯ ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยเครือข่าย สวรส. ได้เล่าถึงเทคโนโลยีจากสหราชอาณาจักรว่าจะสามารถช่วยคนไทยได้อย่างไร โดย ศ.นพ.วรศักดิ์ ได้ยกตัวอย่างเคสผู้ป่วยเด็ก 2 คน คนหนึ่งเกิดที่ประเทศไทย อีกคนเกิดที่สหราชอาณาจักร ซึ่งทั้ง 2 ป่วยด้วยสาเหตุพันธุกรรมลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้เด็กชาวสหราชอาณาจักรถูกวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่วัยเพียง 7 เดือน จึงทำให้สามารถรักษาดวงตาและการมองเห็นไว้ได้ แต่ในทางกลับกันเด็กชาวไทย เพิ่งได้รับการวินิจฉัยในวัย 1 ขวบ 7 เดือน จึงทำให้ไม่สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที เด็กชาวไทยจึงสูญเสียการมองเห็นไปตลอดชีวิต เหตุการณ์นี้จึงแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการแพทย์จีโนมิกส์ หากสามารถทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว จะสามารถรักษาอีกหลายชีวิตได้อีกนับไม่ถ้วน
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้