4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. ผนึกภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง ชูประเมินเชิงพัฒนา หนุนกลไกภาคประชาสังคม สร้างจุดเปลี่ยนการพัฒนาพื้นที่

คณะกรรมการภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง (ภสพ.) ดำเนินโครงการเสริมสร้างจังหวัดเข้มแข็งโดยใช้พื้นที่เป็นฐานและการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งกลไกบูรณาการทุกภาคส่วนในระดับจังหวัด โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน และขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในระดับจังหวัด รวมทั้งเพื่อให้เกิดการจัดการปัจจัยกำหนดสุขภาพที่สำคัญของจังหวัด โดยมีกลไกความร่วมมือจากหน่วยงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ สังคม และวิชาการในการขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับพื้นที่ผ่านแนวคิด "ใช้พื้นที่เป็นฐาน" และ "การบูรณาการทุกภาคส่วน" ในการร่วมกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ วางระบบการบริหารจัดการ สนับสนุนข้อมูล วิชาการ นวัตกรรม และการประเมินผล 
เมื่อวันที่
16 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการประชุมคณะกรรมการภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง (ภสพ.) ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธานการประชุม ได้ให้ความสำคัญกับการประเมินผลการดำเนินงานของ ภสพ. โดยเฉพาะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการดำเนินงานให้ตรงจุด โดยมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการประเมินผลเชิงพัฒนาของ คณะกรรมการภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็งและเครือข่ายอาสาฯ ใน 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ เชียงราย พัทลุง นครสวรรค์ ตราด และ ขอนแก่น ซึ่งเป็นการดำเนินงาน สืบเนื่องจากมติที่ประชุมให้มีการติดตาม ประเมินผล และถอดบทเรียนการขับเคลื่อนจังหวัดเข้มแข็ง โดยใช้พื้นที่เป็นฐานและการบูรณาการทุกภาคส่วน

          ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  (สวรส.) ได้นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนแผนงานการสร้างจังหวัดเข้มแข็งโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน และรายงานความก้าวหน้าของงานวิจัยการประเมินผลฯ โดยระบุว่า สวรส. มุ่งเน้นการสนับสนุนด้านวิชาการผ่านเครื่องมือการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation: DE) ซึ่งใช้กรอบการวิเคราะห์ Design-Implement-Governance เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งการออกแบบการดำเนินการได้ขอให้แต่ละจังหวัด จัดลำดับความสำคัญของปัญหาให้ชัดเจน เพื่อให้ทีมวิจัยสามารถวัดผลเปรียบเทียบกับค่าฐาน (Baseline) และเพื่อให้ประเมินได้ว่าทิศทางการบริหารจัดการจากส่วนกลางสามารถนำไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ซึ่งผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่าทั้ง 5 จังหวัด มีบทเรียนที่จุดร่วมใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) ฐานภาคีเข้มแข็ง มีกลไกกลางที่ทำงานจริงความร่วมมือข้ามภาคส่วน ทั้งรัฐ-ท้องถิ่น-ประชาสังคม อย่างต่อเนื่อง 2) ทุนทางสังคมพร้อม มีระบบกองทุนและทรัพยากรในพื้นที่ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที 3) ประสบการณ์นโยบาย มีบทบาทขับเคลื่อนงานระดับจังหวัด หรือเชื่อมโยงประเด็นสู่สมัชชาระดับชาติมาแล้ว 4) ทำงานด้วยข้อมูล มีการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการออกแบบแผนงาน 5) ผู้นำมีพลัง มีหน่วยงานประสานงานหลักและผู้นำที่เปิดกว้าง พร้อมขับเคลื่อนงานเชิงรุก แต่ละจังหวัดมีความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ที่จะช่วยหนุนเสริมให้การแก้ไขปัญหาของภาครัฐในจังหวัดได้ ขึ้นอยู่กับการเลือกประเด็นปัญหาของแต่ละจังหวัด ส่วนการประเมินผลเบื้องต้นของการดำเนินงานของคณะกรรมการภาคีสานพลัง (ส่วนกลาง) ยังต้องรอการทบทวนและการวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานการประชุมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก่อน

          ศ.ดร.วิสาขา ภู่จินดา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลร่วมกับนักวิชาการท้องถิ่นใน 5 จังหวัด พบว่าปัจจัยที่สร้างจุดเปลี่ยนให้เกิดการจัดการตนเองได้จริง คือการมีกลไกเชิงสถาบัน (Institutional Mechanism) ที่แข็งแรง เช่น จังหวัดพัทลุงที่มีภาคประชาสังคมและคนท้องถิ่นเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนที่เหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม แม้การทำงานในพื้นที่จะมีต้นทุนทางสังคมสูง ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและประเด็นงานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงมีความท้าทายในเรื่องของภาวะผู้นำ และความชัดเจนในการเชื่อมโยงการทำงานกับส่วนกลาง


          นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้เน้นย้ำถึงมิติการพัฒนาที่ควรเดินควบคู่ไปกับเนื้อหาวิชาการ โดยมุ่งหวังที่จะเห็นการเติบโตของภาคีเครือข่ายแนวร่วมโดยเฉพาะภาคประชาสังคม ทั้งในเชิงปริมาณของสมาชิกที่เพิ่มขึ้น และเชิงคุณภาพของเครือข่ายที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้