ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู

สธ.–สวรส. ร่วมหารือแนวทางเสริมความเข้มแข็งระบบสุขภาพชายแดน ภายหลังการปรับบทบาทการสนับสนุนของ IRC ตั้งแต่มีนาคม 2569

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวในที่ประชุมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำไปสู่การร่วมกันพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม ลดผลกระทบต่อการทำงานของบุคลากร และวางทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไปอย่างชัดเจน

นางสาวนุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. ได้นำเสนอข้อมูลบริบทด้านการสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายความช่วยเหลือต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ส่งผลให้การสนับสนุนงบประมาณบางส่วนถูกระงับ ซึ่งมีผลต่อการดำเนินงานของ IRC ในการให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวจำนวน 7 แห่งทั่วประเทศ โดยการสนับสนุนทั้งหมดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากไม่มีการขยายระยะเวลาต่อ

ในขณะที่รัฐบาลไทยได้เตรียมแนวทางรองรับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 อนุญาตให้ผู้หนีภัยสามารถออกไปทำงานนอกพื้นที่พักพิงได้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพและสามารถดูแลตนเองได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความยั่งยืนของระบบสุขภาพและลดภาระงบประมาณของภาครัฐในระยะยาว

ด้าน นพ.ปุริฉัตร ยิ่งรังสรรค์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก ได้นำเสนอข้อมูลด้านงบประมาณในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยระบุว่า ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์–ธันวาคม 2568) โรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ได้แบกรับการให้บริการด้านสุขภาพเพิ่มเติมภายหลังการยุติการสนับสนุนบางส่วนจาก IRC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 42.1 ล้านบาท และหากต้องดูแลระบบบริการในศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง จะต้องใช้งบประมาณราว 72.9 ล้านบาทต่อปี

สอดคล้องกับข้อมูลจาก นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ที่สะท้อนถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในพื้นที่ชายแดน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคงไว้ซึ่งระบบคัดกรองและเฝ้าระวังโรค เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชากรทั้งในศูนย์พักพิงและชุมชนโดยรอบ

ในช่วงท้าย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไปว่า ประเทศไทยให้การดูแลผู้หนีภัยตามหลักมนุษยธรรมมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี และในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป จำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสม โดยมุ่งส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง (Self-reliance) ของผู้หนีภัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยแรงงาน ซึ่งมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในพื้นที่พักพิงกว่า 77,000 คน ให้สามารถเข้าสู่ระบบการทำงานและระบบประกันสุขภาพ ควบคู่กับการดูแลด้านสาธารณสุขอย่างมีมาตรฐาน เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบสุขภาพโดยรวม

นอกจากนี้ นางสาวอารีย์ ม่วงสุขเจริญ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมจัดสรรงบประมาณจำนวน 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 100 ล้านบาท) ผ่าน WHO เพื่อใช้พัฒนาระบบข้อมูลเฝ้าระวังโรคและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนในช่วงระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายพัฒนา พร้อมคณะ สวรส. และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด เพื่อรับฟังสถานการณ์การทำงานในพื้นที่ชายแดน และให้กำลังใจแก่บุคลากรสาธารณสุข ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่ปฏิบัติงานดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้