งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินศักยภาพ และระบุช่องว่างการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของสังคม (Social Participation) ในระบบสุขภาพของประเทศไทย โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดของ องค์การอนามัยโลก (WHO) มติสมัชชาอนามัยโลก (WHA 77.2) ผ่านการวิเคราะห์กลไกการทำงานของ 5 องค์กรหลัก ได้แก่ (1) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) (2) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (4) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) และ (5) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในเชิงโครงสร้างและกฎหมายที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติและพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรองรับ อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์คุณภาพการมีส่วนร่วมผ่านกรอบบันไดการมีส่วนร่วมของ Arnstein (Arnstein’s Ladder) พบว่าการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังคงหยุดอยู่ที่การปรึกษาหารือ (Consultation) โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นแต่อาจยังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งอยู่ในระดับพิธีกรรม (Tokenism) มากกว่าการเป็นหุ้นส่วนเชิงอำนาจ (Partnership) ที่อยู่ในระดับการมีส่วนร่วมที่แท้จริง (Citizen Power) ปัญหาสำคัญที่พบคือความไม่ชัดเจนของนิยามศัพท์ โดยเอกสารที่พบมีการใช้คำว่า Participation และ Engagement ควบคู่กันแทนคำว่าการมีส่วนร่วมในภาษาไทย แต่ในภาษาต่างประเทศนั้น คำว่า Engagement มีนัยยะที่ลึกซึ้งมากกว่า Participation ซึ่งในเอกสารนั้นไม่ได้มีการระบุนิยามเชิงปฏิบัติการอย่างชัดเจน ว่าประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ในระดับใด ดังที่ผู้วิจัยได้มีการวิเคราะห์ในบทที่ 4.2 นำไปสู่การก่อให้เกิดช่องว่างความคาดหวังระหว่างภาครัฐและประชาชน นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการขาดกลไกวงจรป้อนกลับ ทำให้ข้อเสนอของประชาชนสูญหายไปในกระบวนการ โดยไม่มีการแสดงผลป้อนกลับข้อเสนอดังกล่าว อีกทั้งปัญหาการผูกขาดโดยแกนนำภาคประชาชนที่มีความพร้อมสูง ที่ทำให้กลุ่มเปราะบางหรือผู้มีประสบการณ์ตรงเข้าไม่ถึงพื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การศึกษานี้จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 4 ประการ ได้แก่ 1) การกำหนดนิยามและระดับการมีส่วนร่วมให้ชัดเจน ตามมาตรฐานสากลเพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร 2) การพัฒนากลไกการตัดสินใจร่วมเพื่อถ่ายโอนอำนาจการกำหนดนโยบายและงบประมาณสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 3) การสร้างระบบวงจรป้อนกลับ ผ่านฐานข้อมูลที่โปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และ 4) การลงทุนเพื่อความเสมอภาค โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ที่เป็นเจ้าของปัญหาตัวจริงให้มีอำนาจต่อรองทัดเทียมกับภาครัฐ เพื่อให้การมีส่วนร่วมนำไปสู่ความเป็นธรรมทางสุขภาพได้อย่างยั่งยืน
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้