งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
ในปัจจุบันรัฐบาลได้จัดตั้งโครงการบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ โดยมีการร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และเพิ่มระดับการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เพื่อลดความแออัดในการให้บริการขั้นพื้นฐานและสามารถให้บริการขั้นสูงของสถานบริการของรัฐมากยิ่งขึ้น การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมเปรียบเทียบก่อนและหลังมีโครงการ ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้รับและผู้ให้บริการในโครงการ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการและการเปลี่ยนแปลงการบริการของสถานบริการ รวมถึงศึกษาการลดค่าใช้จ่ายทางอ้อมในประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ การศึกษาเป็นแบบย้อนหลังและไปข้างหน้า โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมการใช้บริการด้านสุขภาพของแอนเดอร์เซนเพนชานสกีและโทมัสมาเป็นแนวคิดในการศึกษา ทำการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ ร่วมกับข้อมูลการเข้ารับบริการทางทันตกรรมของประชาชนก่อนและหลังโครงการบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่จากฐานข้อมูลด้านสุขภาพของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (ข้อมูลทุติยภูมิ) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้ ได้แก่ ประชากรไทยตั้งแต่แรกเกิดทุกคนที่ได้รับบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการรักษาด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และผู้ที่ใช้สิทธิในโครงการบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ที่มีเอกชนร่วมให้บริการ ในปี พ.ศ. 2564 – มิถุนายน 2568 ใช้สถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์ และโมเดลสมการโครงสร้างในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาครั้งนี้พบมีผู้เข้าถึงบริการทางทันตกรรมเพิ่มขึ้น โดยเป็นผู้มารับบริการรายใหม่ ไม่เคยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐภายใน 3 ปี สูงถึงร้อยละ 87.5 อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้วิจัยไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้เข้ารับบริการทางทันตกรรมทั้งหมดในประเทศไทย สำหรับเรื่องความพึงพอใจพบทั้งผู้รับร้อยละ 96.6 และผู้ให้บริการร้อยละ 74.8 มีความพึงพอใจต่อโครงการ แต่มีเพียงร้อยละ 29.6 ของผู้ตอบแบบสอบถามจากโรงพยาบาลรัฐที่มีความพึงพอใจต่อโครงการ แม้จะเห็นว่าโครงการมีประโยชน์และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทันตกรรมได้มากขึ้นก็ตาม เนื่องจากคิดว่าโครงการไม่ได้ช่วยทำให้มีผู้รับบริการหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ไม่ทำให้ทำงานง่ายขึ้น และไม่ได้ทำให้บริการขั้นพื้นฐานที่โรงพยาบาลรัฐลดลง คลินิกส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพื่อให้คลินิกเป็นที่รู้จักมากขึ้น เปิดโอกาสให้มีผู้รับบริการใหม่เข้ามารับบริการและรับบริการอย่างต่อเนื่อง เพิ่มรายได้ ช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทันตกรรมได้สะดวกขึ้น และเพื่อช่วยลดความแออัดของการให้บริการในโรงพยาบาลรัฐ นอกจากนี้ผู้รับบริการร้อยละ 96.3 มีความเห็นว่าโครงการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และร้อยละ 86.6 มีความเห็นว่าโครงการทำให้ไม่ต้องลางาน จากการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงเส้น พบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ การเข้าถึงคลินิก ความสะดวกและสิ่งอํานวยความสะดวกของคลินิก ความพึงพอใจของคลินิก และการยอมรับคุณภาพบริการ [CMIN/DF = 5.270, CFI = 0.921, RMSEA (90% CIs) =0.065 (0.062-0.068), SRMR = 0.0413]
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้