ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 10 คน
การพัฒนาแนวทางการประเมินความคุ้มค่าของปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์เพื่อบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสุขภาพของประเทศไทย
นักวิจัย :
กติกา อรรฆศิลป์ , ธมลวรรณ ดุลสัมพันธ์ , ณัฐ ศิริรัตน์บุญขจร , ยศ ตีระวัฒนานนท์ ,
ปีพิมพ์ :
2568
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
23 ธันวาคม 2568

การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์เติบโตอย่างรวดเร็วและมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลสุขภาพทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้จริงยังมีความท้าทาย ทั้งในแง่ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย และการยอมรับของบุคลากรทางการแพทย์ คณะผู้วิจัยจึงดำเนินการศึกษาโครงการวิจัยชิ้นนี้ อันประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ (1) การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและวิเคราะห์อภิมานของงานวิจัยที่ประเมินความคุ้มค่าของปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์แม่นยำทั่วโลก (2) การสำรวจความคิดเห็นบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทยผ่านแบบสอบถามออนไลน์เกี่ยวกับการใช้งานและการรับรู้ต่อปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ทางการแพทย์ และ (3) การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (cost-utility analysis) ของการคัดกรองวัณโรคปอดในประชากรกลุ่มเสี่ยงตามชุมชนโดยใช้ AI เปรียบเทียบกับแนวทางปัจจุบันที่ใช้แพทย์ทั่วไป โดยใช้แบบจำลองแผนภูมิการตัดสินใจและแบบจำลอง Markov ผลการศึกษา: (1) จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์แม่นยำ (AI-PM) โดยรวม มีแนวโน้มที่จะมีความคุ้มค่าหรือประหยัดต้นทุนได้ โดยมีค่าผลประโยชน์สุทธิที่เป็นตัวเงิน (Net Monetary Benefit: NMB) เป็นบวก และปีสุขภาวะ (Quality-Adjusted Life Years: QALYs) เพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ NMB ได้แก่ ต้นทุนต่อหน่วยของ AI-PM และการบูรณาการการปฏิบัติตามการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลจาก AI (2) ผลสำรวจบุคลากรทางการแพทย์ไทยแสดงให้เห็นถึงความคิดเห็นเชิงบวกอย่างมาก ต่อการนำ AI มาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกและการวินิจฉัยโรค แต่ก็มีความกังวลอย่างมีนัยสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย และคุณภาพการสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย (3) การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์พบว่ากลยุทธ์การคัดกรองวัณโรคปอดโดยใช้ AI มีความคุ้มค่าในประเทศไทยที่เกณฑ์ 160,000 บาทต่อปีสุขภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์แปลผลภาพถ่ายรังสีทรวงอกเพียงอย่างเดียว (AI alone) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากมีต้นทุนตลอดชีพสูงกว่าแต่ให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีกว่าทั้งในแง่ของปีชีวิตและปีสุขภาวะเมื่อเทียบกับการให้แพทย์ทั่วไปแปลผลเพียงอย่างเดียว (GP alone) บทสรุป: ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการดูแลสุขภาพ แต่การนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนจำเป็นต้องมีแนวทางการประเมินความคุ้มค่าที่เป็นมาตรฐาน การแก้ไขช่องว่างในการรายงานข้อมูล การพิจารณาประเด็นด้านจริยธรรม เช่น ความปลอดภัยของข้อมูล และกรอบนโยบายที่แข็งแกร่งสำหรับการนำไปใช้และการเบิกจ่ายในระบบประกันสุขภาพ


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6374

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้