งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
มาตรา 25(5) และ มาตรา 27(3) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กำหนดให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการติดตามและประเมินผลเกี่ยวกับระบบสุขภาพแห่งชาติ และให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจสำรวจ ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งสถานการณ์ของระบบสุขภาพ เพื่อจัดทำเป็นรายงานหรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ การวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดชุดตัวชี้วัดการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สำหรับนำไปใช้ในการติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานสถานการณ์ระบบสุขภาพไทย เรื่อง การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยใช้ธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565 เป็นกรอบอ้างอิง ซึ่งชุดตัวชี้วัดที่ได้รับการคัดเลือกและกำหนดไว้ในการวิจัยนี้ เป็นชุดตัวชี้วัดสำหรับการวัดใน 5 ด้าน ได้แก่ กฎหมายและการบังคับใช้ การเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์และบริการ การชดเชยความเสียหาย การเสริมสร้างศักยภาพผู้บริโภค และฐานข้อมูลแจ้งเตือนภัย ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทยมีการทบทวนแก้ไขให้มีความทันสมัยและมีการบังคับใช้ แต่ควรติดตามผลกระทบของการแก้ไขกฎหมายต่อผู้บริโภค ยังคงมีผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดวางจำหน่ายอยู่ในปริมาณหนึ่ง แสดงถึงความไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีระบบเฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ แต่มาตรฐานของแต่ละหน่วยงานยังไม่สอดคล้องกัน ส่วนด้านการชดเชยความเสียหาย ยังขาดกองทุนชดเชยความเสียหายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพโดยตรง ทำให้ผู้เสียหายต้องดำเนินการฟ้องร้องเองตามกฎหมาย จึงจะได้รับสิทธิชดเชยความเสียหายจากการบริโภค ขณะที่องค์กรผู้บริโภคในระดับจังหวัดยังมีจำนวนจำกัด และฐานข้อมูลแจ้งเตือนภัยยังไม่เป็นเชิงรุก จึงควรปรับปรุงการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้มีการดำเนินงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นการพัฒนาและกำหนดตัวชี้วัดสำหรับการติดตามสถานการณ์ระบบสุขภาพไทยในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคโดยการอ้างอิงธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก จึงต้องมีการพัฒนาเป้าหมายของตัวชี้วัดบางตัว และพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลตามตัวชี้วัดให้เป็นระบบยิ่งขึ้น รวมถึงควรมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้