ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 30 คน
ความสัมพันธ์ของชนิดของ Human Leukocyte Antigen (HLA) กับการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบจากภูมิคุ้มกันจากยาไขมันกลุ่ม Statin
นักวิจัย :
อารดา โรจนอุดมศาสตร์ , ดวงตะวัน ธรรมาณิชานนท์ , เมธา อภิวัฒนากุล , พัฒน์ ก่อรัตนคุณ , สัญสณีย์ พงษ์ภักดี , เฉลิมชัย มิตรพันธ์ ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
5 สิงหาคม 2569

ยาลดไขมันในกลุ่ม statin เป็นกลุ่มยาสำคัญที่ใช้อย่างแพร่หลาย การใช้ยาดังกล่าวอาจเกิดผลข้างเคียงกับกล้ามเนื้อโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ self-limited statin associated muscle problems ซึ่งอาการและ/หรือความผิดปกติของค่า creatine kinase ในเลือดดีขึ้นเองหลังหยุดยา และกลุ่มที่ statin กระตุ้นให้เกิดขบวนการอักเสบของกล้ามเนื้อจากภูมิคุ้มกัน (statin induced necrotizing autoimmune myopathy (SINAM)) ซึ่งผู้ป่วยยังอ่อนแรงแม้หยุดยากว่า 2-3 เดือน การรักษาต้องให้ยากดภูมิหลายชนิดเป็นเวลานาน ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาผู้ป่วยกล้ามเนื้ออักเสบ anti-HMGCR autoimmune myopathy ซึ่งเกิดทั้งในผู้ใช้ยาไขมันกลุ่ม statin และผู้ที่ไม่ได้กินยา (statin naïve) พบ HLA-DRB1*11:01 ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มากถึง 70% เป็นที่น่าสนใจว่าการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีการวิเคราะห์แยกกลุ่ม anti-HMGCR autoimmune myopathy และ statin induced autoimmune myopathy กลับพบความสัมพันธ์ของ HLA DRB1*08:03 กับ SINAM จากการทบทวนวรรณกรรมยังไม่มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวในประเทศไทย และการศึกษายีนดังกล่าวในกลุ่มโรค autoimmune myopathy ที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาในกลุ่ม statin โดยเฉพาะ ยิ่งมีน้อยมาก วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ (association) ของ HLA-DRB1 alleles กับ statin induced necrotizing autoimmune myopathy ในกลุ่มประชากรไทย วิธีการศึกษา : cross sectional study โดยเปรียบเทียบ HLA-DRB1 alleles จากการตรวจโดยวิธี high resolution genotyping ระหว่าง กลุ่มผู้ป่วย SINAM กับผู้ที่ได้รับ statin แต่ไม่มีโรคกล้ามเนื้อหรือมี self-limited statin associated muscle problems ผลการศึกษา : มีผู้เข้าร่วมโครงการ 43 ราย คัดออก 2 ราย วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ป่วย 41 ราย ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่ม SINAM จำนวน 9 ราย กลุ่มควบคุม (non-immune mediated) 32 ราย พบว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศ อายุ และ body mass index ระหว่างทั้งสองกลุ่ม พบ HLA-DRB1*11:01 carriers 6 ราย หรือเท่ากับ 66.7% แต่ในกลุ่มควบคุมพบเพียง 2 ราย (6.3%) (P<0.001, odds ratio 25.66) HLA-DRB1 alleles อื่น ๆ ที่พบในผู้ป่วยกลุ่ม SINAM ได้แก่ HLA-DRB1*12:02, HLA-DRB1*13:12, HLA-DRB1*07:01, HLA-DRB1*10:01, HLA DRB1*-0803, HLA-DRB1*09:01, HLA-DRB1*15:01, HLA-DRB1*15:02, HLA-DRB1*14:04 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมแล้วไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ในการศึกษานี้พบผู้ป่วย 3 รายที่เป็น self-limited statin side effect (non-immune mediated) แต่ตรวจพบ anti-HMGCR antibody สรุปผลการศึกษา : HLA-DRB1*11:01 สัมพันธ์กับการเกิด statin induce necrotizing autoimmune myopathy ในคนไทยเช่นเดียวกับการศึกษาในชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตามเนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมีจำนวนน้อย ความสัมพันธ์ที่พบในการวิจัยนี้ จำเป็นต้องมีการยืนยันความสัมพันธ์ในงานวิจัยอื่นในอนาคตต่อไป นอกจากนี้การใช้ anti-HMGCR antibody ในการวินิจฉัย SINAM ควรพิจารณาอาการ อาการแสดงทางคลินิกและการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ ร่วมด้วยเสมอ


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6462

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้