งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
โรคฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก (Oral Health Literacy, OHL) ของผู้ปกครองเป็นปัจจัยกำหนดที่ปรับเปลี่ยนได้ ระบบสารสนเทศสุขภาพช่องปากแบบบูรณาการสามารถสนับสนุนการเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ การคืนข้อมูลสู่ผู้ปกครอง และการตัดสินใจของผู้บริหารระบบสุขภาพ วัตถุประสงค์: (1) พัฒนาและทดสอบเครื่องมือประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย (2) พัฒนาและประเมินผลระบบ ThaiDER ส่วนผู้ปกครอง และ (3) พัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลสำหรับบุคลากรทันตสาธารณสุข วิธีการวิจัย: การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 แปลและทดสอบเครื่องมือ HeLD-14 เป็น ThaiHeLD-14 (ด้านการดูแลตนเอง) และ ThaiPHeLD-14 (ด้านการดูแลบุตรหลาน) โดยกระบวนการ forward–backward translation และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทดสอบความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นในผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน (n = 111) ระยะที่ 2 พัฒนาระบบ ThaiDER ประกอบด้วย clinic.thaider.net สำหรับทันตบุคลากร parent.thaider.net สำหรับผู้ปกครอง และ Dashboard สำหรับการตัดสินใจระดับนโยบาย ในพื้นที่นําร่อง 5 แห่ง จังหวัดสมุทรปราการ ระยะที่ 3 ทดสอบประสิทธิผลด้วยรูปแบบ single-arm pre-post (n = 252 paired สำหรับ ThaiHeLD-14 และ n = 237 paired สำหรับ ThaiPHeLD-14) และประเมินเชิงคุณภาพจากทันตบุคลากรผู้ใช้ระบบด้วยการสนทนากลุ่ม ผลการศึกษา: ThaiHeLD-14 และ ThaiPHeLD-14 มีความเชื่อมั่นภายในระดับดี (Cronbach's α = 0.865 และ 0.883) ThaiPHeLD-14 มีความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ต่อค่า dmft ของบุตรหลาน (Spearman ρ = −0.219, p < 0.001) Multivariable negative binomial regression แสดงว่าทุกการเพิ่มขึ้น 10 คะแนน ThaiPHeLD-14 สัมพันธ์กับการลดลงของ dmft ประมาณร้อยละ 21 ระบบ ThaiDER ลงทะเบียนเด็ก 556 คน ตรวจสุขภาพช่องปาก 451 คน (ร้อยละ 81.1) และมีบันทึกการรักษา 373 รายการ คะแนน ThaiHeLD-14 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญหลังใช้แอปพลิเคชัน (46.42 → 48.40, Δ = +1.99, p < 0.001) โดยเฉพาะในมิติด้านข้อจํากัดทางเศรษฐสังคมและการเข้าถึงบริการทันตกรรม ในขณะที่ ThaiPHeLD-14 ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ (48.64 → 49.42, p = 0.176) ซึ่งอาจเป็นผลจาก ceiling effect การวิเคราะห์รายพื้นที่พบว่าพื้นที่ที่มีคะแนน baseline ตํ่ามีการเปลี่ยนแปลงคะแนนมากกว่า สะท้อนศักยภาพในการลดช่องว่างของระดับความรอบรู้ในกลุ่มเปราะบาง ความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับสูง (median = 5/5) สรุปและข้อเสนอแนะ: ThaiHeLD-14 และ ThaiPHeLD-14 มีคุณสมบัติทางจิตวิทยาเชิงวัดในระดับดีและพร้อมใช้ในงานวิจัยและการประเมินผลในระดับชาติ ระบบ ThaiDER เป็นต้นแบบที่สามารถ scale-up ในเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ ข้อเสนอแนะหลัก ได้แก่ การบรรจุเครื่องมือเป็นมาตรฐานการประเมินระดับชาติ การบูรณาการระบบกับมาตรฐาน 43 แฟ้ม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และระบบ Health Information Systems (HIS) เดิม (HosXP, MyPCU) การเพิ่มความสามารถใช้งานแบบ offline และการพัฒนากลไกการคืนข้อมูลสู่ผู้ปกครอง
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้