ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 40 คน
การขยายมาตรการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในโรงพยาบาลทั่วไป ภายใต้การสนับสนุนของโรงพยาบาลต้นแบบ และโรงพยาบาลศิริราช (ชุดโครงการควบคุมและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย ระยะที่ 5)
นักวิจัย :
ภิญโญ รัตนาอัมพวัลย์ , พรพรรณ กู้มานะชัย , รุจิภาส สิริจตุภัทร , วลัยพร วังจินดา , สุรภี เทียนกริม ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
10 กรกฎาคม 2569

การติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก โดยปัจจัยสำคัญของการเกิดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ คือ การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่เหมาะสม ดังนั้นการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม (antimicrobial stewardship program, ASP) จึงมีความสำคัญเพื่อชะลอปัญหาดังกล่าวในประเทศไทย อย่างไรก็ดีพบว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในการดำเนินงาน เนื่องจากขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะและขาดโครงสร้างที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน ในปี พ.ศ. 2562 - 2564 ทีมผู้วิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ดำเนินงานโครงการควบคุมและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย ระยะที่ 4 ในโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว โรงพยาบาลสุรินทร์ และโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมโครงการ ASP ใน 3 ประเด็นหลัก คือ โครงการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาล (GLASS antibiogram) โครงการส่งเสริมการใช้แนวทางการรักษาในเวชปฏิบัติเพื่อการรักษาโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในโรงพยาบาล (clinical practice guideline, CPG) และโครงการการขออนุมัติการใช้ยาต้านจุลชีพ (antibiotic authorization) โดยมีอายุรแพทย์โรคติดเชื้อของแต่ละโรงพยาบาล เป็นหัวหน้าทีม ผลจากโครงการวิจัยนี้สามารถลดการใช้ยาต้านจุลชีพที่ไม่เหมาะสม และส่งผลให้คุณภาพในการดูแลผู้ป่วยดีขึ้นอย่างชัดเจน ในปี พ.ศ. 2567 - 2569 ทางคณะผู้ดำเนินการวิจัย จึงได้ดำเนินโครงการควบคุมและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย ระยะที่ 5 โดยใช้บทเรียนจากโครงการวิจัยระยะที่ 4 มาขยายผลไปยังโรงพยาบาลขนาดรองลงมาในเขตสุขภาพเดียวกันให้สามารถดำเนินการ ASP โดยมุ่งเน้น 3 โครงการหลัก คือ GLASS antibiogram, CPG, และ antibiotic authorization ภายใต้การสนับสนุนของโรงพยาบาลต้นแบบ โดยจัดทำโครงการใน 2 ภูมิภาค ดังนี้ 1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม และโรงพยาบาลร้อยเอ็ด โดยมีโรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นโรงพยาบาลต้นแบบ 2. ภาคใต้ ได้แก่ โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โรงพยาบาลกระบี่ และโรงพยาบาลตะกั่วป่า โดยมีโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เป็นโรงพยาบาลต้นแบบ จากข้อมูลที่รวบรวมจาก 3 โครงการพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ 1. โครงการ GLASS antibiogram การนำ GLASS antibiogram มาใช้ ทำให้เห็นภาพรวมของปัญหาเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลได้ชัดเจนขึ้น แม้จะเป็นเชื้อก่อโรคตัวเดียวกันแต่แบบแผนความไวต่อยามีความต่างกันไปตามตำแหน่งการติดเชื้อ หรือเมื่อเปรียบเทียบการติดเชื้อในชุมชนหรือและการติดเชื้อในโรงพยาบาล และข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาสร้างแนวทางการรักษาโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลก็จะถูกต้องมากขึ้นเพราะมีข้อมูลทางคลินิกและระบาดวิทยาร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้แก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น 2. โครงการ CPG การนำ CPG ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลนั้น ๆ เป็นวิธีการที่ง่าย สามารถดำเนินการได้จริงและไม่มีข้อขัดแย้งในการดำเนินงาน โดยพบว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะสามารถเพิ่มอัตราการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม แม้จะไม่สามารถลดปริมาณการใช้ยาในภาพรวมได้ แต่มีแนวโน้มที่จะลดอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลได้อีกด้วย 3. โครงการ antibiotic authorization การดำเนินมาตรการขออนุมัติการใช้ยาต้านจุลชีพโดยการสนับสนุนของคณะทำงานที่มีประสบการณ์ในการดำเนินการ ก่อให้เกิดภาระงานที่หนัก และมีอุปสรรคในการดำเนินการในโรงพยาบาลที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ดีสามารถลดระยะเวลาการใช้ยาต้านจุลชีพทั้งหมด และยาต้านจุลชีพกลุ่มเป้าหมายสั้นลง มีแนวโน้มการตอบสนองทางคลินิกที่ดีขึ้น และพบการติดเชื้ออื่นซ้ำเติมน้อยกว่า ข้อมูลจากชุดโครงการนี้แสดงให้เห็นว่า การดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในโรงพยาบาลระดับรองลงมา ที่มามุ่งเน้นที่ 3 กลยุทธ์ คือ GLASS antibiogram, CPG และ antibiotic authorization สามารถลดการใช้ยาต้านจุลชีพที่ไม่เหมาะสมลงและส่งผลให้คุณภาพในการดูแลผู้ป่วยดีขึ้น คณะผู้วิจัยคาดว่าบทเรียนจากโครงการนี้สามารถนำไปขยายผลและก่อประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลที่ไม่มีอายุรแพทย์โรคติดเชื้อ หรือยังไม่มี ASP ที่เป็นรูปธรรม โดยมีโรงพยาบาลที่มีประสบการณ์มากกว่าช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6455

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้