ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 37 คน
การประเมินประสิทธิผลของเทคโนโลยีชุดพยุงกล้ามเนื้อ อุปกรณ์วัดแบบสวมใส่และแอปพลิเคชันในการลดระดับของปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มของผู้สูงอายุ
นักวิจัย :
วรวริศ กอปรสิริพัฒน์ , ศราวุธ เลิศพลังสันติ , มนัสวีร์ ยิ้มแย้ม , เปริน วันแอเลาะ , เมธนียา ปิลันธนานนท์ , ปัญจวัฒน คงสุวรรณ , กฤชแก้ว สมตน , ธนรรค อุทกะพันธ์ , สุจิรัชย์ อัฏฐะวิบูลย์กุล , วีรวัฒน์ ลิ้มรุ่งเรืองรัตน์ , บวรรัฐ วนดุรงค์วรรณ , พรพิพัฒน์ อยู่สา , ธีระพงษ์ บุญมา , ศิวพร ศรีมงคล , สุธิมา สุขอ่อน , อรรถกร สุวนันทวงศ์ , ฮาซียะห์ แวหามะ , ฝอยฝน ศรีสวัสดิ์ , Vo, Kiet Van , Pichitpol Kerdsomnuk ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
20 กรกฎาคม 2569

การประเมินประสิทธิผลของชุดพยุงกล้ามเนื้อ และอุปกรณ์วัดแบบสวมใส่และแอปพลิเคชัน ในการลดระดับของปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ กำหนดกรอบการศึกษาครอบคลุม 4 โครงการย่อย ได้แก่ (1) การประเมินประสิทธิผลเชิงชีวกลศาสตร์ของชุดพยุงกล้ามเนื้อแบบภาคตัดขวาง (2) การประเมินผลระยะยาวของชุดพยุงกล้ามเนื้อ (3) การประเมินผลระยะยาวของอุปกรณ์วัดแบบสวมใส่และแอปพลิเคชันต่อพฤติกรรมการทรงท่า และ (4) การประเมินความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นของระบบตรวจวัด เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งในด้านผลลัพธ์เชิงหน้าที่ เชิงคลินิก เชิงพฤติกรรม และคุณสมบัติของระบบวัด ผลการศึกษาชี้ว่าชุดพยุงกล้ามเนื้อมีศักยภาพในการลดปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ โดยให้ผลในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อการทรงตัว การลุกยืนจากท่านั่ง และการควบคุมการเคลื่อนไหว ในการศึกษาภาคตัดขวาง (โครงการย่อยที่ 1) พบผลเชิงบวกเด่นในตัวชี้วัดที่สะท้อนการควบคุมสมดุลในแนวด้านข้างและประสิทธิภาพการถ่ายน้ำหนัก ขณะที่การศึกษาติดตามระยะยาว (โครงการย่อยที่ 2) พบแนวโน้มการทรงตัวดีขึ้นภายหลังการใช้งานต่อเนื่อง 3 เดือน โดยเฉพาะในการทดสอบยืนต่อเท้าครึ่งหนึ่ง และมีข้อบ่งชี้ของ carry-over effect แม้ในสภาวะไม่สวมใส่ชุดขณะประเมิน ซึ่งสนับสนุนความเป็นไปได้ของการปรับตัวของระบบประสาทสั่งการจากการใช้งานต่อเนื่องในชีวิตประจำวันสำหรับอุปกรณ์วัดแบบสวมใส่และแอปพลิเคชัน ผลการศึกษาในโครงการย่อยที่ 3 สนับสนุนว่าระบบมีศักยภาพทั้งในฐานะเครื่องมือตรวจวัดและเครื่องมือสนับสนุนการปรับพฤติกรรมการทรงท่า โดยการใช้งานต่อเนื่อง 90 วันสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของตัวชี้วัดทางคลินิกบางตัว โดยเฉพาะ forward shoulder angle ซึ่งสะท้อนการปรับพฤติกรรมการทรงท่าในระยะยาว ขณะเดียวกัน การศึกษาความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นยืนยันว่าระบบมีสมรรถนะสูง โดยเฉพาะการวัดมุมการก้มตัวผ่านแกน Pitch ที่ตำแหน่ง T3 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานขณะเคลื่อนไหว ในภาพรวมโครงการนี้ได้สร้างองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงจากระดับกลไกของเทคโนโลยีไปสู่ผลต่อปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ โดยชุดพยุงกล้ามเนื้อมีศักยภาพในฐานะเทคโนโลยีช่วยเสริมการเคลื่อนไหวและความมั่นคงของร่างกาย ส่วนอุปกรณ์วัดแบบสวมใส่และแอปพลิเคชัน มีศักยภาพในฐานะเครื่องมือประเมินท่าทางและสนับสนุนการปรับพฤติกรรม อย่างไรก็ดี การต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงควรสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและบริบทการใช้งาน โดยในส่วนของชุดพยุงกล้ามเนื้อ ควรเร่งสร้างหลักฐานวิชาการเพื่อรองรับการผลักดันเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมไทย และการพิจารณาในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขณะที่อุปกรณ์วัดแบบสวมใส่และแอปพลิเคชันควรพัฒนาแนวทางใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมทั้งในกลุ่มวัยทำงานและในบริบทการประเมินโดยบุคลากรสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6458

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้