งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experiment) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลและวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงระบบของ “ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบบูรณาการจิตวิทยาสังคมการแพทย์” หรือ “ระบบครูนางฟ้า” ที่ประยุกต์ใช้การปรับความคิดและพฤติกรรมแบบความเข้มข้นต่ำ (Low-intensity CBT) และการสื่อสารเพื่อสร้างแรงจูงใจ (MI) เป็นหลักการพื้นฐานในการดำเนินงาน โดยศึกษาในโรงเรียน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง 3 แห่ง และกลุ่มควบคุม 3 แห่ง เก็บข้อมูลแบบผสมทั้งเชิงปริมาณ (วัดผลลัพธ์ทางสุขภาพด้วยแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-A, คุณภาพชีวิต WHO-QOL และสุขภาวะทางจิต PWBS) และเชิงคุณภาพ (ใช้การสนทนากลุ่มแบบกึ่งโครงสร้าง) จากนั้นจึงวิเคราะห์ผลลัพธ์ตามกรอบแนวคิด Proctor’s conceptual model of implementation research และวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงระบบตามกรอบ CFIR 2.0 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวัดผลทางสุขภาพ คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-2 ที่มีภาวะซึมเศร้าเล็กน้อยถึงปานกลาง (คะแนน PHQ-A อยู่ระหว่าง 5-14 คะแนน) แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามระดับความเสี่ยง (สีเขียว สีเหลือง และสีส้ม) กรณีพบนักเรียนที่มีความเสี่ยงขั้นรุนแรง (คะแนน PHQ-A มากกว่า 14 คะแนน) ให้ส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์ดูแลต่อไป ผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนภาวะซึมเศร้าลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.032) โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลางถึงสูง ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีแนวโน้มมีภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้นมากกว่า ในด้านคุณภาพชีวิต พบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนด้านสัมพันธภาพทางสังคมเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.049) ในส่วนผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่าผู้ปฏิบัติงาน (ผู้บริหาร ครูผู้ดูแล และนักเรียนเพื่อนช่วยเพื่อน) มีความพึงพอใจต่อระบบครูนางฟ้าในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 4.51 - 4.72 จาก 5 คะแนน) อีกทั้งผู้ปฏิบัติงานยังมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติที่ส่งผลให้นักเรียนได้รับการดูแลที่ดีขึ้น บรรยากาศในห้องเรียนและโรงเรียนดีขึ้น การกลั่นแกล้งลดลง และครูมีสุขภาพจิตดีขึ้น ระบบครูนางฟ้ามีความเหมาะสม เครื่องมือและแนวปฏิบัติทำให้การดูแลเชิงจิตวิทยาไม่ซับซ้อน สามารถปฏิบัติตามได้ง่าย (high feasibility and fidelity) ช่วยลดภาวะคอขวด ทำให้นักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้าเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพจิต และสามารถปรับใช้กับบริบทต่าง ๆ ได้ (high flexibility and adaptability) โดยปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือการสนับสนุนจากผู้บริหาร การมีครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการบูรณาการเข้ากับงานประจำได้ ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบวัดความพร้อมในการขยายผล เพื่อประเมินความพร้อมของพื้นที่ในอนาคต สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ควรบรรจุระบบดูแลครูนางฟ้า ในมาตรฐานการทำงานของโรงเรียน และใช้โมเดลการเงินแบบนวัตกรรม เช่น Social Impact Partnership (SIP) และ Pay for Success (PFS) เพื่อขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้