ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 36 คน
การพัฒนารูปแบบห่วงโซ่อุปทานของสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) ที่ยืดหยุ่นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางยาในประเทศไทย
นักวิจัย :
สุรศักดิ์ สุนทร , ชะอรสิน สุขศรีวงศ์ , ตวงรัตน์ โพธะ , ปรุฬห์ รุจนธํารงค์ , นมนต์ หิรัญ ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
8 พฤษภาคม 2569

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ศักยภาพ ข้อจํากัด และแนวทางการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม หรือ Active Pharmaceutical Ingredients (API) ของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางยาในระยะยาว การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการทบทวนวรรณกรรมจากเอกสารเชิงนโยบายและวิชาการ ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบยา อุตสาหกรรมยา การกำกับดูแล การวิจัย และการจัดซื้อจัดจ้าง ผลการศึกษาได้รับการวิเคราะห์โดยใช้กรอบแนวคิด Supply Chain Resilience (SCRES) ซึ่งประกอบด้วยมิติสำคัญ ได้แก่ Visibility, Flexibility, Redundancy และ Strategic Control ผลการวิจัยพบว่า ห่วงโซ่อุปทาน API ของประเทศไทยยังมีข้อจํากัดเชิงโครงสร้างหลายประการ ได้แก่ การพึ่งพาการนําเข้า API ในระดับสูง การขาดระบบข้อมูล API ระดับชาติ ความสามารถในการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำที่ยังจํากัด การขาดกําลังผลิตสํารองสำหรับ API สำคัญ และอำนาจควบคุมเชิงยุทธศาสตร์ที่ยังไม่เพียงพอ แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพพื้นฐานด้านระบบกำกับดูแลยา อุตสาหกรรมยาสําเร็จรูป สถาบันวิจัย และบุคลากร แต่ศักยภาพเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกจัดวางและเชื่อมโยงเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติอย่างเป็นระบบ ระบบ API ไทยจึงยังมีลักษณะเป็นระบบที่ตอบสนองต่อปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว มากกว่าจะเป็นระบบที่สามารถคาดการณ์ ป้องกัน และบริหารความเสี่ยงได้ล่วงหน้า การศึกษานี้ได้นําเสนอ TH-SCRES Model เป็นกรอบเชิงระบบสำหรับเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน API ของประเทศไทย โมเดลดังกล่าวประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ 1) การกำหนดลำดับความสำคัญของ API เชิงยุทธศาสตร์ 2) การพัฒนาระบบข้อมูล API ระดับชาติ 3) การสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบ Pilot-to-scale 4) การปฏิรูปกลไกตลาดและการจัดซื้อจัดจ้าง และ 5) การมีกลไกอภิบาลระดับชาติที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ งานวิจัยยังเสนอให้ประเทศไทยใช้แนวทาง Portfolio-based Strategy ในการบริหาร API โดยเลือกใช้มาตรการที่แตกต่างกันตามระดับความสำคัญต่อระบบสุขภาพความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นไปได้ในการผลิตภายในประเทศ แทนการมุ่งผลิต API ทุกชนิดเอง โดยสรุป งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงทาง API ของประเทศไทยไม่สามารถเกิดขึ้นจากการผลิตภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสร้างความยืดหยุ่นของระบบห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ผ่านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน กลไกตลาด การลงทุน และการอภิบาลเชิงยุทธศาสตร์ TH-SCRES Model จึงเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถใช้เป็นกรอบนําทางในการพัฒนาความมั่นคงทางยาและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน API ของประเทศไทยในระยะยาว


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6434

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้