ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 1 คน
สถานการณ์และรูปแบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยภายใต้การถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด
นักวิจัย :
ธีรชัย บุญยะลีพรรณ , สุธรรม นันทมงคลชัย , กิติมา พัวพัฒนกุล , เปรมฤทัย เกตุเรน , ไพลิน วิญญกูล , เขมิกา ฉัตรก้องภพ , อลิสา ใหมพรหม , เบญจพร กุศลปฏิการ , วัชราภรณ์ เถาว์แล , ธริชยา ยี่ภิญโญ ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
9 มีนาคม 2569

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัย ได้แก่ พฤติกรรมการเลี้ยงดูและการใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual ; DSPM) ของผู้เลี้ยงดูหลัก และศึกษาปัจจัยคัดสรร ที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย 2) ศึกษารูปแบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ภายใต้การถ่ายโอนเข้าสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสม (Mixed methods) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้เลี้ยงดูหลักเป็นพ่อหรือแม่หรือบุคคลในครอบครัวที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปและเด็กปฐมวัย ที่มีอายุตั้งแต่ 9 เดือนถึงอายุ 5 ปี 11 เดือน 29 วัน จำนวน 3,961 คน จาก 12 เขตสุขภาพ และเขตกรุงเทพมหานครของประเทศไทย เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ตามแบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลครอบครัว ข้อมูลเด็ก พฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการตามคู่มือ DSPM และความพึงพอใจต่อคู่มือ DSPM ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการเด็กปฐมวัยเบื้องต้น โดยใช้การทดสอบไคสแควร์ (Chi- square) ทดสอบปัจจัยที่มีอิทธิพลกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยลอจิสติก (Multiple Logistic Regression) การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือปลัด หรือผู้อำนวยการกองสาธารณสุข/นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรือหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ (กรณีที่ยังไม่มีการถ่ายโอนของ รพ.สต. ไปยังองค์การปกครองส่วนจังหวัด) 2) สาธารณสุขอำเภอหรือผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพ 3) ผู้อำนวยการ รพ.สต. หรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย 4) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 5) ครูผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 6) ครอบครัวเด็กปฐมวัย หรือผู้เลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จำนวน 53 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยด้านระดับการศึกษาของพ่อแม่ ความเพียงพอของรายได้ครอบครัว สถานภาพความสัมพันธ์ของพ่อแม่ การได้รับนมแม่ในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน การเข้าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย การเข้าถึงและพฤติกรรมการใช้คู่มือ DSPM ของผู้เลี้ยงดูหลัก มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยครอบครัวที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ไม่ได้รับนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรก การไม่ได้รับคู่มือ DSPM และไม่ได้นำคู่มือ DSPM มาใช้หรือใช้นานๆ ครั้ง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการสงสัยล่าช้าของเด็กปฐมวัย ขณะที่การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยของ รพ.สต. ภายใต้การถ่ายโอนเข้าสู่ อปท. ยังขาดการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ปัญหาหลัก ได้แก่ บุคลากรไม่เพียงพอ งบประมาณไม่ชัดเจน ระบบข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยง และการให้ความสำคัญในกลุ่มเด็กปฐมวัยน้อยกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ ข้อเสนอแนะ คือ การให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนากลุ่มเด็กปฐมวัย มุ่งเน้นการทำงานเชิงบูรณาการในระดับนโยบายและในระดับพื้นที่ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6413

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้