งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
โครงการวิจัยนี้ทำการศึกษาความชอบและความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต่อยาสูดพ่นแบบผสม ICS/LAMA/LABA รุ่นใหม่ และความชอบและความเต็มใจที่จะจ่ายสำหรับการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม (mammography) ประเมินโดยใช้แบบสอบถาม discrete choice experiment (DCE) ที่พัฒนาขึ้น ทำการเก็บข้อมูลโดยใช้วิธีสัมภาษณ์รายบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาสำหรับประเด็นยาสูดพ่นแบบผสม ICS/LAMA/LABA รุ่นใหม่ คือ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป มีประวัติได้รับยาสูดพ่นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และเป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือประกันสังคม กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาสำหรับประเด็นการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม คือ ผู้หญิงอายุ 40-70 ปี ไม่มีประวัติเป็นโรคมะเร็งเต้านม หรือมีโรคที่รุนแรงของเต้านม และเป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ทำการเก็บข้อมูลในพื้นที่ 4 ภูมิภาค (เหนือ กลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้) ทำการวิเคราะห์ DCE ภายใต้กรอบทฤษฎีความพึงพอใจแบบสุ่ม โดยใช้ Mixed logit model แบบสอบถาม DCE ที่นำมาใช้ประเมินความชอบและความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต่อยาสูดพ่นแบบผสม ICS/LAMA/LABA รุ่นใหม่ ประกอบด้วย 5 คุณลักษณะ (attributes) ดังนี้ 1) โอกาสเกิดความผิดพลาดในการใช้ยา 2) จำนวนหลอดยาสูดพ่นที่ใช้ 3) ความถี่ในการใช้ยา 4) แรงที่ใช้ในการสูดยา และ 5) ค่ายาที่ต้องจ่ายเอง จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 543 คน พบว่า คุณลักษณะที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ค่ายาที่ต้องจ่ายเพิ่มเอง ความชอบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อจำนวนหลอดยาสูดพ่นสำหรับควบคุมอาการลดลงเหลือเพียงหนึ่งหลอด โอกาสในการใช้ยาไม่ผิดพลาดหรือผิดพลาดเล็กน้อย แรงในการสูดยาน้อย และความถี่ในการใช้ยาหนึ่งครั้งต่อวัน คุณลักษณะที่กลุ่มตัวอย่างให้มูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายสูงสุดคือ การลดจำนวนหลอดยาสูดพ่นจากสามหลอดเหลือหนึ่งหลอด (ความเต็มใจที่จะจ่าย 964.33 บาทต่อเดือน) จากการสอบถามความเต็มใจที่จะจ่ายค่ายาสูดพ่นแบบผสม ICS/LAMA/LABA ด้วยการสอบถามโดยตรง พบว่าสัดส่วนของผู้ยินดีที่จะจ่ายคิดเป็น ร้อยละ 83.5 โดยร้อยละ 71.0 มีความเต็มใจที่จะจ่ายในราคาไม่เกิน 200 บาทต่อเดือน แต่หากเพิ่มเพดานจ่ายเป็น 400 บาท 800 บาท และ 1,600 บาทต่อเดือน สัดส่วนของผู้ยินดีที่จะจ่ายลดลงเหลือร้อยละ 54.0, 23.2 และ 6.2 ตามลำดับ สำหรับแบบสอบถาม DCE ที่นำมาใช้ประเมินความชอบและความเต็มใจที่จะจ่ายสำหรับการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม ประกอบด้วย 4 คุณลักษณะ ดังนี้ 1) ระยะเวลารอนัดตรวจ 2) ระยะเวลาการเดินทาง 3) ช่วงเวลาที่ให้บริการ และ 4) ค่าตรวจแมมโมแกรม จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 558 ราย พบว่า คุณลักษณะที่มีความสำคัญต่อความชอบมากที่สุดคือ ค่าตรวจแมมโมแกรม คุณลักษณะที่กลุ่มตัวอย่างให้มูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายสูงสุดคือ ช่วงเวลาที่ให้บริการขยายจากเฉพาะในเวลาราชการเป็นเปิดบริการทั้งในและนอกเวลาราชการ และเสาร์อาทิตย์ (ความเต็มใจที่จะจ่าย 1,006.29 บาท) จากการสอบถามความเต็มใจที่จะจ่ายสำหรับการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม ด้วยการสอบถามโดยตรง พบว่าร้อยละ 84.6 มีความเต็มใจที่จะจ่ายในราคาไม่เกิน 500 บาท แต่หากเพิ่มเพดานจ่ายเป็น 1,000, 2,000 และ 3,000 บาท สัดส่วนของผู้ยินดีที่จะจ่ายลดลงเหลือร้อยละ 79.5, 56.0 และ 24.6 ตามลำดับ และมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 13.2 ที่ไม่ยินดีที่จะจ่ายและไม่ยินดีที่จะตรวจคัดกรอง โดยสรุป ค่าใช้จ่ายเป็นคุณลักษณะที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญมากที่สุด
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้