ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 1 คน
การสังเคราะห์นโยบายเรื่องการบริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต
นักวิจัย :
สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ , รุ่งทิวา กิจเพิ่มเกียรติ , ศันสนีย์ ทศศิริ , ประพิมพ์พร ฉัตรานุกูลชัย (ฉันทวศินกุล) , สัญชัย พยุงภร , เอกกมล ตันติสัตตโม , นิภาพร บุตรสิงห์ , ชุติมา เจริญธนากิต , อรรถกร ธนโชติรัศมิ์สกุล , วรฉัตร รอดเพชร , ณภัทร เต่านํ้า , บุตรี ตรีสัตยกุล , วาสนา ภู่เกตุ , วราภรณ์ ศรีบุญสม , ปวีณา สร้อยรอด , ไอริณ จริยะโยธิน , บุริน เลาหะวัฒนะ , Hossen, Sheikh Imran ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
23 มีนาคม 2569

ที่มาและความสำคัญ: การปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยปลูกถ่ายไตยังคงมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าประชากรทั่วไป ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญ โดยภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ หลักฐานในประชากรทั่วไปพบว่าการบริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าช่วยลดระดับความดันโลหิตและส่งเสริมสมดุลของจุลินทรีย์ในลําไส้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตยังมีจํากัด ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลของรูปแบบการบริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าต่อระดับความดันโลหิต การทำงานของไต การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลําไส้ และคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ดำเนินการในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตจำนวน 102 ราย แบ่งเป็นกลุ่มบริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าและกลุ่มควบคุม ติดตามผลเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์หลักคือการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต ผลลัพธ์รอง ได้แก่ การทำงานของไต จุลินทรีย์ในลําไส้ และคุณภาพชีวิต ผลของการศึกษา: หลังติดตามครบ 12 สัปดาห์ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติของการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตซิสโตลิก (ค่าเฉลี่ยความแตกต่าง −2.00 มม.ปรอท; 95% CI −6.65 ถึง 2.65; p =0.40) และความดันโลหิตไดแอสโตลิก (−2.84 มม.ปรอท; 95% CI −5.91 ถึง 0.22; p = 0.07) ระหว่างสองกลุ่ม อย่างไรก็ตามกลุ่มที่บริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่ามีแนวโน้มความดันโลหิตลดลงมากกว่า นอกจากนี้กลุ่มที่บริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่ายังมีระดับคอเลสเตอรอลรวมและระดับไขมันชนิดความหนาแน่นตํ่าลดลงอย่างมีนัยสําคัญจาก 195.90 ± 5.18 เป็น 173.06 ± 5.27 มก./ดล. และจาก 123.96 ± 4.81 เป็น 102.07 ±4.90 มก./ดล. ตามลำดับ อีกทั้งยังพบว่าน้ำหนักตัวลดลงร่วมกับการลดลงของมวลไขมัน โดยที่มวลกล้ามเนื้อคงที่และไม่พบผลเสียต่อการทำงานของไตหรือคุณภาพชีวิต การเปลี่ยนแปลงสมดุลของจุลินทรีย์ในทั้งสองกลุ่มพบว่ามีความหลากหลายของจุลินทรีย์เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยเชื้อแบคทีเรียที่โดดเด่นขึ้นมาได้ในสัปดาห์ที่ 12 เมื่อเทียบกับตอนตั้งต้นในกลุ่มที่บริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าคือ Bacteroides thetaiotaomicron และ Parasutterella excrementihominis สรุป: การบริโภคอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตมีความปลอดภัย และให้ประโยชน์ด้านเมตาบอลิซึม โดยเฉพาะการลดระดับไขมันในเลือดและมวลไขมัน พร้อมทั้งมีแนวโน้มช่วยให้การควบคุมความดันโลหิตดีขึ้น ผลการศึกษานี้สนับสนุนบทบาทของอาหารที่เน้นพืชและโซเดียมตํ่าเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายไต


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6417

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้